บอกเล่าเรื่องเที่ยวประเทศอังกฤษ ทะเลสาบวินเดอร์เมียร์

66

 

ก่อนหน้า สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด

ระยะทางจากแมนเซสเตอร์ไปทะเลสาบวินเดอร์เมียร์ (Windermere) 130 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง นั่งรถจนเมื่อยและในที่สุดก็เห็นวิวสวยงามของทะเลสาบ

 

รถมาส่งเราที่ ฺAmbleside เป็นเมืองเล็กๆ  มีร้านอาหาร โรงแรม และท่าเรือที่อยู่ตอเหนือสุดของทะเลสาบ

มื้อกลางวันเรารับประทานอาหารที่เมืองนี้ ร้านอาหารน่านั่งมาก วิวก็ดี มองเห็นทะเลสาบแสนสวย

ทะเลสาบวินเดอร์เมียร์ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Lake District National Park  เป็นทะเลสาบที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของอังกฤษ และเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของอังกฤษ

วินเดอร์เมียร์เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนี้ เป็นทะเลสาบที่มีลักษณะยาวรี เหมือนริบบิ้นผูกของขวัญ คนอังกฤษจึงเรียกว่า “ทะเลสาบริบบิ้น” หรือ Ribbon Lake ทะเลสาบยาว 18 กิโลเมตร กว้างประมาณ 1 กิโลเมตรครึ่ง และส่วนที่ลึกที่สุดประมาณ 67 เมตร น้ำในทะเลสาบเป็นน้ำที่ละลายจากภูเขาหิมะน้ำในทะเลสาบจึงเย็นตลอดทั้งปี

ที่ทะเลสาบนี้ในช่วงหน้าร้อน ชาวอังกฤษนิยมมาเที่ยว จะมีกิจกรรมเดินเล่น แล่นเรือและล่องเรือชมความงามของทะเลสาบ

 

ทะเลสาบวินเดอร์เมียร์ เป็นสถานที่ๆทำให้เกิดแรงบันดาลใจของนักเขียนสุภาพสตรีชาวอังกฤษ  เบียทริกซ์ พอตเตอร์ ( Beatrix Peter) ผู้แต่งการ์ตูน Peter Rabbit กระต่ายแสนกล อันโด่งดัง

เบียทริกซ์ เป็นนผู้หญิงที่เกิดในชนชั้นสูงยุคใหม่  พ่อเป็นทนายความ ส่วนคุณแม่เป็นลูกสาวพ่อค้า  เธอชอบชอบอ่านหนังสือและ วาดรูป ในช่วงวัยเด็กของ Beatrix เธอจะมา ตากอากาศที่ วินเดอร์เมียร์ ในช่วงหน้าร้อน ทำให้เธอมีจินตนาการในการเขียนการ์ตูน จากการที่ได้พบเห็นสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม ทำให้เกิดความผูกพันธ์จนเขียนการ์ตูนเพื่อเป็นนิทานของเด็ก Peter Rabbit   เมื่อเธออายุ 30 ปี เธอได้เสนองานเขียนของเธอไปยังสำนักพิมพ์ ซึ่งในยุค 100 ปีที่แล้วยังไม่มีนักเขียบหญิงคนใดได้รับการตีพิมพ์นวนิยายเรื่องใดเลย ถือว่าเป็นผู้หญิงเก่งในยุคนั้น หนังสือการ์ตูนของเธอเป็นที่ชื่นชอบสำหรับเด็กๆ สร้างรายได้ให้กับเธอมากมาย นอกจากนี้เธอยังแต่งนิทานและใช้สัตว์ต่างๆเป็นตัวเอกในนิทานเรื่องอื่นๆอีกมากมาย ต่อมาเธอได้ซื้อที่ดินที่ทะเลสาบวินเดอร์เมียร์ และมีบ้านอยู่ที่นี่ รายได้ส่วนหนึ่งจากการขายหนังสือหรือลิขสิทธ์ นำมาเข้ากองทุนอนุรักษ์ทะเลสาบแห่งนี้ด้วย

จุดที่ขึ้นเรือชมวิวมีด้วยกัน3 ท่าได้แก่   ท่าเรือ Ambleside  อยู่ตอนเหนือสุด  ท่าเรือ ฺBowness อยู่ตอนกลางและท่าเรือ Lakeside อยู่ตอนใต้ของเมือง วินเดอร์เมียร์ พวกเราขึ้นเรือที่ท่า Ambleside และไปลงที่ Bowness

ก่อนขึ้นเรือพวกเราชมความงามและถ่ายรูปของทะเลสาบแห่งนี้

เราล่องเรือชมทะเลสาบไปยัง ฺBowness ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

เรือที่เราขึ้นชมทะเลสาบเป็นเรือ 2 ชั้น เราอยากดูวิวสวยๆจึงขึ้นไปชั้นบน…นั่งชมวิวได้ไม่นานก็ต้องลงมาข้างล่างเพราะหนาวมากเลย

เรือกำลังแล่นออกจากท่า..

.

 

 

ใกล้ถึงท่าเรือBowness แล้ว วิวสวยไม่แพ้กันเลย

ออกมาจากท่าเรือผ่าน สวนสาธารณะมีเครื่องเล่น แทรมโพลีน สำหรับเด็กๆ น่าไปเล่นจังแต่ไม่มีเวลาเลย..ต้องรีบขึ้นรถต่อ

เราเดินทางต่อไปยังเมือง เอดินเบอระ (Edinburgh ) ระยะทาง 230 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง

เส้นทางไปยังเมือง เอดินเบอระ เป็นเส้นทางที่สวยงาม เราเริ่มเห็นทุ่งหญ้าเขียวขจี และเห็นฝูงแกะ..คิดว่ามาเที่ยวนิวซีแลนด์ซะอีก

นั่งรถไปนับแกะไปพลาง

บ้านเมืองเขาสวยจริง

รถพาเรามาแวะเที่ยวชม Grena Green เป็นหมู่บ้านเล็กๆบรรยากาศน่ารักๆ

มีเรื่องเล่ากันมาว่าในศตวรรษที่ 18 อังกฤษมีกฎหมายว่าคนที่อายุต่ำกว่า 21 ปีจะต้องได้รับความเห็นชอบจากพ่อแม่ถึงจะแต่งงานได้ แต่พวกเราไม่อยากที่จะรอหรือขออนุญาติ พวกเขาก็จะหนี ตามกันมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ และจะมีคนตระกูลสมิท ( Smith) ทำหน้าที่เป็นบาทหลวง เพราะสก้อตแลนด์ยังไม่มีกฎหมายห้ามคู่รักแต่งงานกันเมื่ออายุยังน้อย  พวกเขาก็จะหนีมาทำพิธีแต่งงานที่หมู่บ้านแห่งนี้ …..ปัจจุบัน หมู่บ้านแห่งนี้ก็ยังคงใช้เป็นที่จัดงานแต่งงานอยู่

ร้านค้าในนี้ขายของที่ระลึก พวงกุญแจ ขนม shortbread แยมชนิดต่างๆ และซุปเปอร์มาเก็ต ชวนให้น่าซื้อทั้งนั้น

หลังจากนั้นเราก็ไปรับประทานอาหารเย็นที่เมืองเอดินเบอระ มาถึงก็เย็นแล้ว ร้านอาหารอยู่ใกล้ปราสาทเอดินเบอระ

เราทานร้านอาหารชื่อ Amber วันนี้ทานอาหารทะเล มีหอยแมงภู่และปลาซอลมอล ขนมหวานอร่อยมาก

สก็อตแลนด์มีชื่อเสียงทางด้านการบ่มวิสกี้   เขาเล่าว่าการหมักวิสกี้จะมีตัวขโมย (steal)  มาจากการกลั่นเขานำข้าวบาร์เล่ย์จุ่มน้ำและจะมีส่วนที่งอกมาหน่อย จากนั้นเอาไปตากให้แห้งและนำมาบด ใส่ยีสต์ เพื่อเปลี่ยนจากแป้งเป็นน้ำตาล ก็จะได้แอลกอฮอลล์บริสุทธิ์ออกมา จากนั้นเขาจะนำไปกลั่นในถังไม้โอ๊ค ก็จะได้ตัว(steal) ออกมา  วิสกี้จะต้องนอนหลับในถังไม้โอ๊คเป็นเวลา 3 ปี  ระหว่างที่หมัก 3 ปี วิสกี้จะหายไปบางส่วน พวกเขาเชื่อว่าแบ่งปันให้นางฟ้า ( Angle share ) ที่มาดูแลถังไม้โอ๊ค

มาสก็อตแลนด์ทั้งที ก็ต้องมาชมวิสกี้ของที่นี่ ร้านAmber ที่เราไปทาอาหาร มีอาคาร สำหรับจำหน่ายวิสกี้ด้วย และมีหลากหลายให้เลือก ทั้งขวดใหญ่ เล็กและแบบจิ๋ว สำหรับเป็นของที่ระลึก

บรรยากาศเมืองเอดินเบอระยามค่ำคืน

ถึงแม้ร้านอาหารจะอยู่ใกล้ปราสาทเอดินเบอระ แต่เราก็ไม่ได้ไปดูวิวยามค่ำคืน เพราะอากาศหนาวมาก และพรุ่งนี้เช้าเราก็จะไปเยี่ยมชมปราสาทด้วย

ตอนต่อไป ปราสาทเอดินเบิร์ก-คาลตันฮิลล์

Facebook Comments

comments