สาระ

สาระน่ารู้มากมายที่คุณต้องรู้

ในช่วงหลายปีให้หลังมานี้พวกเราทุกคนนั้นมีการปรับเปลี่ยนไปอย่างมากมายทั้งการเป็นอยุ่หรือแม้กระทั้งการทำงาน เพราะเราหลายหลายคนนั้นได้เปลี่ยนการทำงานจากที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านแต่ก็เริ่มกลายมาเป็นการทำงานที่บ้านบ้างในบางวันหรือหากว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปที่ทำงานเลยจริงๆ บ้างคนก็ถึงขนาดที่ว่าได้ออกไปทำงานที่บ้านในต่างจังหวัดเลยก็มีเช่นเดียวกัน ต้องว่าเรื่องนี้มันช่างเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมสิ่งดีดีเพราะเรานั้นไม่ต้องไปเสียเวลาในการเดินทางไปกลับและยังไม่ต้องแต่งตัวออกไปฝ่าสายฝนหรือแสงแดดเลย แต่จากการทำงานที่บ้านนั้นมันก็ไม่ได้มีแต่เรื่องดีดีหรอกนะ เพราะพวกเราเองก้พบว่ามันยังมีอีกหลายหลายสิ่งที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เช่นเดียวกันซึ่งบางคนก็อาจจะคาดไม่ถึงสิ่งเหล่านี้ แต่พวกเรา BTW นั้นมองเห็นและได้เก็บรวบรวมเอาสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นจากการสอบถามเพื่อนเพื่อนหรือเก็บเอาเรื่องราวเล็กๆน้อยๆต่างต่างเหล่านั้นมาให้เพื่อนเพื่อนได้ลองฟังกันดูเพื่อว่ามันจะมีประโยชน์และได้ลองนำมันไปปรับปรุงและแก้ไขสิ่งเหล่านั้นให้ดีขึ้นยังไงละ สิ่งแรกเลยนั้นก็คือการเลือกชุดที่เราใชัสวมใส่ในการทำงานอยู่ที่บ้าน ที่ผ่านมานั้นหลายคนอาจจะคิดว่าหากเราไม่ต้องออกไปเดินทางหรือเผชิญหน้ากับเพื่อนๆโดยตรงนั้นพวกเราก็ไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องการแต่งตัวสักเท่าไหร่ ซึ่งนั้นก็คือสิ่งที่เพื่อนเพื่อนของเราหลายหลายคนทำกันแต่เพื่อนเพื่อนทราบไหมละว่า ชุดที่เราสวมหรือตั้งใจเลือกมาใส่นั้นมันมีผลทางอ้อมต่อตัวเราและความรู้สึกของเราด้วยนะ อย่างเช่นวันที่คุณสวมชุดนอนนั่งทำงานนั้นมันก็จะทำให้คุณอาจจะรู้สึกง่วงหรือไม่ค่อยอยากทำอะไรสักเท่าไหร่นัก ที่เป็นแบบนี้นั้นเป็นเรื่องของความคุ้นเคยซึ่งเป็นความรู้สึกที่ถูกปลุกฝังเอาไว้ในใจเรานั้นเอง ดังนั้นการที่เราเลือกชุดทำงานแยกออกมาจากชุดอยู่บ้านก็จะทำให้คุณได้บรรยากาศของการทำงานตามปกติและทำให้คุณรู้สึกอยากทำงานมากกว่าการเลือกชุดนอนหรือชุดอื่นๆ มาใส่ในตอนทำงานที่บ้านนั้นเอง ยิ่งทำงานแบบไม่มีเวลาเข้าออกเรายิ่งต้องทำตารางเวลาของตัวเราเอง ก่อนหน้านี้ในตอนที่เราต้องเดินทางไปทำงานนั้นสิ่งหนึ่งที่เราต้องเจอเป็นสิ่งแรกนั้นก็คือการลงเวลาเข้าและเวลาเลิกงาน อีกทั้งยังมีเรื่องของเวลาพักทานอาหารอีกด้วย ถึงแม้ว่าการทำงานที่บ้านเราไม่ต้องเดินทางและจะเริ่มทำงานเมื่อไหร่ก็ได้แต่การที่ทำแบบนั้นมันก็จะทำให้ชีวิตการทำงานและตารางเวลาการทำงานของคุณนั้นยิ่งควบคุมอะไรไม่ได้เลย อย่างบางคนก็นั่งทำงานเลยเวลาพักเที่ยงทำให้การทานอาหารไม่ตรงเวลาและยิ่งเวลาเลิกงานแล้วยังต้องทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จในทุกๆวันมันยิ่งทำให้เราเหนื่อยเพราะกลายเป็นเหมือนว่าเรานั้นจะทำงานอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นนั้นก็คือการตั้งเวลาเข้าทำงานและเวลาหยุดทำงานให้เป็นตารางเวลาที่ชัดเจนเพื่อให้ตัวเรานั้นยังมีเวลาของตัวเองอยู่นั้นเอง ทำความเข้าใจกับคนอื่นๆเรื่องการทำงานที่บ้านไม่ได้หมายความว่าจะไปไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ช่วงแรกที่เราเพิ่งทำงานที่บ้านนั้นคนอื่นๆที่อยู่ที่บ้านกับเราอย่างคุณพ่อหรือคุณแม่หรือญาติๆนั้นอาจจะมองเป็นเรื่องแปลกและอาจจะเข้าใจว่าการที่อยู่ที่บ้านนั้นเราจะทำอย่างอื่นก็เมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องอธิบายให้ฟังเพื่อให้เข้าใจกันว่าอันที่จริงแล้วในช่วงเวลางานนั้นก็คือเรายังต้องทำงานไม่ใช่ว่าจะให้ไปทำอย่างอื่นๆหรือให้เราไปช่วยทำงานบ้านอื่นๆได้ เพราะว่าหากเราไม่อธิบายให้ชัดเจนแล้วคนอื่นๆก็จะเข้ามาและพยายามชวนเราไปทำอย่างอื่นอยู่ตลอดเวลาซึ่งหากคุณไปทำสิ่งเหล่านั้นก็อาจจะกระทบกับงานของคุณได้นั้นเอง ช่วงเวลาทำงานคือช่วงเวลาที่เราต้องแอคทีฟในการรับโทรศัพท์และอ่านข้อความ แต่นอกเวลานั้นคุณก็ยังสามารถทำตัวตามปกติได้นะ เนื่องจากการทำงานที่บ้านนั้นถูกเปลี่ยนให้เป็นการใช้งานจริงแบบที่พวกเรายังไม่พร้อมมากนัก ดังนั้นเครื่องมือหลายหลายอย่างจึงถูกปรับมาใช้งานทั้งโทรศัพท์และระบบที่เราใช้ในการส่งข้อความเพื่อพูดคุยและติดตามงานกัน ซึ่งหลายอย่างเราก็ใช้สิ่งเดียวกับที่เราใช้ในการติดต่อกับเพื่อนเพื่อน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือพวกเราพบว่าเพื่อนหลายหลายคนของเราต้องสะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์หรือได้รับข้อความและจะรีบไปอ่านมันอย่างรวดเร็วเพราะกังวลว่ามันจะเป็นเรื่องงาน ซึ่งอันที่จริงแล้วมันกลายเป็นว่าคุณจะเริ่มแยกไม่ออกระหว่างชีวิตการทำงานกับชีวิตนอกเวลางาน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้แล้วละก็มันจะทำให้ตัวคุณรู้สึกเหนื่อยและหมดพลังลงไปเรื่อย ดังนั้นเราอยากให้คุณลองวางโทรศัพท์ของคุณให้ห่างตัวบ้างในช่วงหลังเลิกงานเพื่อจะได้พักนั้นเอง และมีเพื่อนคนหนึ่งของเราได้ลองแยกโทรศัพท์อีกเครื่องสำหรับทำงานและอีกเครื่องสำหรับชีวิตส่วนตัว ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะเราก็จะสบายใจและรู้ได้เลยว่าอันไหนงานเข้าหรืออันไหนเพื่อนโทรมาเล่นๆกัน ยิ่งเรามีเวลามากขึ้นยิ่งต้องหาเวลาออกกำลังกาย สิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปยิ่งพวกเราไม่ต้องเดินทางนั้นก็คือการออกกำลังกายนั้นเอง เพราะตอนทำงานปกตินั้นเรายังต้องเดินไปขึ้นรถหรืออย่างน้อยก็เดินไปทานอาหารตอนพักและบางวันก็อาจจะได้เดินเล่นหลังเลิกงานอีกต่าง ๆ แต่การที่เราทำงานที่บ้านเราแทบไม่ต้องเดินไปไหนเลย ดังนั้นเรายิ่งต้องลงเวลาการออกกำลังกายเล็กๆน้อยๆเช่นการเดินรอบบ้านหรือการออกไปซื้ออาหารทานบ้างก็น่าจะทำให้พวกเราได้ขยับร่างกายของเราบ้างก็ดี ยิ่งถ้าเพื่อนๆได้วิ่งหรือออกกำลังกายจริงจังก็เป็นเรื่องที่ดีมากมากเลยนะ ลองเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันบ้างเพื่อเป็นการสร้างความสุขเล็กๆน้อยๆให้ตัวเอง เพื่อนเพื่อนเราหลายคนที่ต้องบอกว่าช่างโชคดีเหลือเกินก็เพราะว่าเรื่องของงานและชีวิตประจำวันนั้นไม่ค่อยมีเรื่องอะไรสักเท่าไหร่นัก แต่มันก็ทำให้ในแต่ละวันมันช่างผ่านไปอย่างไม่มีอะไรแปลกใหม่เลยบางครั้งการได้เดินทางในตอนเช้าและตอนเย็นก็เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้อะไรหลายหลายอย่างดูแปลกไปบ้าง แต่พอต้องทำงานที่บ้านการเดินทางก็กลายเป็นเรื่องที่ไม่ต้องทำ ดังนั้นเราจึงอยากให้เพื่อนเพื่อนลองลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงบางอย่างบ้างอย่างเช่นอาจจะลองสั่งอาหารจานร้านใหม่...
ทุกวันนี้เราแทบจะไม่ค่อยได้ออกไปไหนต่อไหนสักเท่าไหร่นักอาจจะเพราะอากาศที่ร้อนมากมากเมื่อออกไปข้างนอกก็ไม่อยากจะไปไหนนอกจากห้างหรือที่ที่มีแอร์เย็นๆเท่านั้นเอง แต่การที่จะไม่ได้ออกไปไหนแบบนี้ก็ทำให้เพื่อนเพื่อนของพวกเราหลายหลายคนเลือกที่จะนอนเปิดแอร์เย็นๆอยู่ที่บ้านซึ่งเราก็อยากจะบอกเพื่อนเพื่อนว่ามันก็คงดีแหละ แต่ยิ่งเราทำแบบนั้นไปบ่อยๆแล้วคุณเองก็อาจจะรู้สึกได้ว่าร่างกายของเรานั้นมันก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหวได้ไม่ค่อยกระฉับกระเฉงสักเท่าไหร่นัก แต่ในเมื่อเราจะออกกำลังกายนอกบ้านก็ไม่กล้าอีกทั้งการไปวิ่งตอนนี้ก็ยังร้อนเหลือเกินพวกเรา BTW ก็เลยมาลองนำเสนอท่าออกกำลังกายง่ายๆที่เพื่อนเพื่อนก็สามารถทำได้เองที่บ้านและยังช่วยให้เราขยับร่างกายได้กระฉับกระเฉงขึ้นมากอีกด้วย นอกจากนี้ท่าบริหารเหล่านี้ถ้าเพื่อนเพื่อนทำเป็นประจำแล้วละก็มันยังจะช่วยให้เพื่อนเพื่อนจัดการกับเหล่าบรรดาส่วนย้อยต่าง ๆ ได้อีกด้วยนะน่าสนใจขนาดนี้แล้วก็ลองไปชมกันเลยดีกว่าเนอะ ท่าแรกนั้นแสนจะง่ายดายมากมากมันคือท่าการออกกำลังกายโดยการขยับฝ่ามือขึ้นลงนั้นเอง ท่าง่ายๆแค่นี้แต่กลับได้ผลที่น่าสนใจมากมากเลยนะเพราะมันจะช่วยให้เพื่อนเพื่อนขยับแขนได้คล่องแคลวมากขึ้นเลยนะ ทำก็ง่ายไม่ยุ่งยากเลยแค่เริ่มต้นจากการยืนตรงให้มั่นคงพอที่จะขยับตัวแล้วไปเอนไปด้านหน้าหรือหลังได้ง่ายๆ ยกแขนหางออกข้างลำตัวตามภาพ ศอกตั้งฉากและหงายฝ่ามือขึ้น จากนั้นก็เริ่มขยับยกมือขึ้นลงช้าๆไม่ต้องเร็วมาก อย่าลืมหายใจตามจังหวะที่ขยับมือข้นลง ทำท่านี้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆได้เลยหนึ่งนาที ต่อมาในท่าที่สองกันเลยกับท่าตั้งการ์ด อย่างที่บอกเราไม่ต้องการความเร็วแต่เราต้องการความกระฉับกระเฉงดังนั้นท่านี้ก็ทำค่อยๆแต่อย่าช้ามา เริ่มต้นก็ทำเหมือนท่าแรกนั้นแหละคือเราต้องยืนให้มั่นคงและยกมือกางออกตั้งไม่ต้องขนานกับพื้นมากเหมือนท่าแรก จากนั้นก็แค่ค่อยๆขยับแขนทั้งสองข้างของเราเข้าหากัน อย่าลืมที่จะหายใจตามจังหวะขยับแขนเข้าออกด้วยนะ จากนั้นก็ค่อยๆกางแขนของเอาออกไปเหมือนท่าเริ่มต้น ง่ายๆเท่านี้เองนะเพื่อนเพื่อนก็เริ่มจากหนึ่งนาทีก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนรอบขึ้นให้เหมาะสมละ มาถึงท่าที่สามกันแล้วกับท่าจ๊อกกิงแต่ไม่ต้องวิ่งจริงๆออกไปไหนหรอกละ เพราะเราจะทำเหมือนกับการที่เราวิ่งไปแต่อันที่จริงแล้วแค่ขยับขาขึ้นลงให้อยู่กับที่เท่านั้นเองเริ่มต้นด้วยท่ายืนกางขาออกเล็กน้อยจากนั้นพับศอกขึ้นขนานกับพื้นทำมุมสามเหลี่ยมและฝ่ามือคว่ำลงจากนั้นก็ค่อยๆขยับยกขาของคุณขึ้นที่ละข้างสลับไปซ้ายขวาช้าๆไม่ต้องรีบจะเหมือนกับการวิ่งแต่จะเป็นการขยับอยู่กับที่เท่านั้นสิ่งที่สำคัญก็คือไม่ต้องเร่งและยกขาให้สม่ำเสมอและสูงให้ได้ถึงฝ่ามือเริ่มต้นสักหนึ่งนาทีก่อนและค่อยๆเพิ่มขึ้นตามที่คุณสามารถทำต่อเนื่องได้โดยที่ไม่เหนื่อย ท่าที่สามกันเลยกับสควอชโดยเราสามารถหาเก้าอี้มาช่วยได้ ต้องบอกเลยว่าท่าสควอชนั้นมีประสิทธิภาพอย่างมากเพราะมันคือการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อีกทั้งยังช่วยกระฉับส่วนต่าง ๆได้ดีอีกด้วย แค่เริ่มจากที่มองหาเก้าที่ขนาดพอดีกับการนั่งของคุณมาวางไว้ด้านหลังจากนั้นก็ยืนกะระยะห่างให้ดีดียืนตัวตรงหันหน้าออกไปข้างหน้า จากนั้นก็ค่อยย่อตัวลงเหมือนกับกำลังจะนั่งแต่ทำอย่างช้าและพยายามอย่านั่งถึงเก้าอี้แล้วก็ขยับยืดตัวขึ้นกลับไปยังท่าเริ่มต้นทำซ้ำไปอย่างช้านำจำนวนที่คุณทำไหวแล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นที่ละน้อยๆ มาถึงท่าที่สี่กันแล้วท่านี้เราเรียกว่า Stepback ซึ่งมันก็เหมือนกันการขยับถ่อยไปข้างหลังนั้นเอง นอกจากจะเป็นท่าเคลื่อนไหวที่ทำให้เพื่อนเพื่อนออกกำลังกายแล้วท่านี้ยังช่วยทำให้เพื่อนเพื่อนมีสมาธิมากขึ้นอีกด้วยนะแถมใครที่รู้สึกว่าเวลานั่งนานๆแล้วปวดเมื่อยละก็ลองทำท่านี้ก็จะช่วยทำให้คุณค่อยๆรู้สึกดีขึ้น เริ่มจากท่ายืนที่มั่นคงจากนั้นขยับขาขวายืดออกไปทางด้านหลัง ย่อเข่าซ้ายลงช้าๆพยายามยืนให้สมดุลไว้และหลังตั้งตรง จากนั้นค่อยยืนขึ้นแล้วดึงขาซ้ายกลับมาแล้วจึงสลับขาขวาไปที่ข้างหลัง ทำซ้ำช้าๆ สลับไปมาอย่างน้อยหนึ่งนาทีจากนั้นค่อยเพิ่มจำนวนเวลาขึ้นที่ละน้อยในครั้งถัดไป และเคล็ดลับท้ายเรื่องที่เราอยากจะบอกเพื่อนเพื่อนก็คือ การเลือกออกำลังกายตอนเช้าแบบเบาๆในขณะท้องว่างนั้นดีกว่าการที่เราจะไปออกกำลังกายตอนเย็นโดยคุณสามารถทานน้ำสักเล็กน้อยและค่อยออกกำลังกายท่าง่ายๆอย่างการขยับหรือสบัดมือและเท้าเบาก่อนนะเริ่มท่าออกกำลังกายที่เรานำมาให้เพื่อนเพื่อนชมกันในวันนี้ เพราะจากข้อมูลพบว่าการที่เราสามารถออกกำลังกายเบาๆในตอนเช้าเป็นการเริ่มกิจวัตรประจำวันนั้นถือเป็นการปลุกร่างกายในทุกส่วนสามารถทำงานได้เต็มที่อีกทั้งยังเป็นการบอกส่วนต่าง ๆ ว่าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วนั้นเอง ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside —- เรียบเรียงโดย BTW
พวกเราหลายคนเคยคิดย้อนกลับไปตอนที่ยังเด็กเรียนหนังสืออยู่บ้างหรือเปล่า พวกเรา BTW ต้องบอกเลยว่าทุกวันนี้นั้นพวกเราก็ยังคงอยากที่จะย้อนกลับไปในวันนั้นอีกครั้งแทบจะทั้งหมดในที่ทำงานเลยที่คิดแบบนี้ นั้นก็เพราะว่าช่วงเวลานั้นพวกเรานั้นแทบจะไม่ต้องรับผิดชอบออะไรเลยในแต่ละวันเราแค่ตื่นแต่เช้าออกไปโรงเรียนถึงชั่วโมงเรียนมันจะช่างน่าเบื่อหน่ายก็ตาม แต่แค่พวกเราพยายามทำความเข้าใจในห้องเรียนและกลับมาทำการบ้านตามที่ได้รับมาจากอาจารย์นั้นแหละคืองานที่เราจะต้องทำในช่วงนั้น แต่ที่เราอยากจะย้อนกลับไปไม่ได้เพราะเราอยากเรียนหนังสือหรอกนะแต่เราอยากจะใช้ช่วงเวลาที่เหลือจากการที่เราเรียนหรือทำการบ้านนั้นแหละ เพราะตอนนั้นไม่ว่าเราจะออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนเพื่อนหรือทำอะไรสนุกสนุกที่เราคิดได้ในวันหยุดหรือแม้แต่ในวันธรรมดาก็แค่รอเวลาที่ระฆังโรงเรียนจะบอกว่าหมดคาบสุดท้ายแล้ว เท่านั้นเองเราก็จะสามารถไปทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างสบายแล้วละ แต่มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้เพราะความจริงก็คือเราผ่านเวลานั้นมาแล้ว และตอนนี้เราก็ต้องมาทำงานเพื่อรับผิดชอบสิ่งต่าง ๆ เหมือนผู้ใหญ่ธรรมดาทั่วไปกันแล้ว ถึงมันจะไม่ค่อยเป็นสิ่งที่เราชอบแต่เราก็ต้องทำมันอยู่ดีนั้นแหละ และเรื่องราวในที่ทำงานของเรานี้แหละที่กลายเป็นชีวิตส่วนใหญ่ของพวกเราไปซะแล้ว วันนี้พวกเราก็เลยอยากจะหยิบยกเอาเรื่องราวและเทคนิคต่าง ๆ ที่เราได้เรียนรู้และได้นำมันมาใช้ในที่ทำงานทั้งเพื่อขอให้คนอื่นๆ ช่วยเหลือเราหรืออาจจะเป็นเทคนิคในการทำให้คนอื่นใช้เราให้น้อยลง เป็นยังไงบ้างละน่าสนใจขึ้นมาไหมละ ถ้าเพื่อนๆสนใจก็ไปลองฟังกันเลยดีกว่านะ พวกเราจะทำอย่างไรถ้าคุณถูกคนอื่นเอาเปรียบ ผู้ซึ่งทำให้คุณต้องสงสัยกับการตัดสินใจของคุณเอง และพยายามทำให้คุณเข้าข้างเขา การให้สิ่งของเล็กน้อยก่อนที่จะขอให้ช่วยจะทำให้คนที่เราขอนั้นยอมช่วยเราทั้งที่เค้าอาจจะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่นัก เพื่อนเพื่อนที่ต้องทำงานประสานงานกับหน่วนงานต่าง ๆ หรือต้องทำงานร่วมกับใครหลายหลายคนในที่ทำงานทั้งในและนอกแผนก พวกเราอยากให้เพื่อนเพื่อนลองทำสิ่งนี้ดูสักหน่อย นั้นก็คือการมีของฝากเล็กๆน้อยๆไปฝากเพื่อนเพื่อนหรือคนที่คุณจะต้องร่วมด้วยหรืออาจจะต้องขอความร่วมมือในอนาคตโดยอาจจะเป็นขนมหรืออาจจะน้ำดื่มสักแก้วก็ยังได้โดยทำเป็นครั้งคราวแต่ให้ทำสม่ำเสมอทุกเดือน และเมื่อถึงคราวที่คุณต้องการความช่วยเหลือจากเค้าเหล่านั้นก็อาจจะหยิบขนมคบเคี้ยวเล็กๆน้อยๆติดมือไปมอบให้เค้าเหล่านั้นอีกครั้งหนึ่งก่อนจะขอให้พวกเค้าเหล่านั้นช่วยเหลือ ด้วยความรู่สึกบางอย่างภายในจิตใจของอีกฝ่ายที่เคยได้รับสิ่งของต่าง ๆ นั้นจะทำให้เค้ารู้สึกสบายใจที่จะช่วย หรือถึงแม้จะไม่อยากช่วยก็ตามแต่เค้าก็จะรู้สึกลึกๆว่าปฏิเสธไม่ได้จนต้องยอมช่วยเหลือ ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะเมื่อเราได้รับสิ่งของจากอีกฝ่ายหนึ่งบ่อยครั้งพวกเราจะรู้สึกเหมือนกันมีสายสัมพันธ์ที่ดีขึ้นทั้งกับเพื่อนที่สนิทก็จะยิ่งสนิทมากขึ้นและกับคนที่อาจจะไม่อยากสนิทกับเราก็ยังให้ความเกรงใจ นั้นจึงทำให้เกิดความรู้สึกเต็มใจในการช่วยเหลือหรือไม่กล้าปฏิเสธนั้นเอง แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่เราขอนั้นต้องเป็นเรื่องราวของงานที่เกี่ยวข้องกับเค้านะเพราะหากคุณจะฝากงานนอกเหนือจากความรับผิดชอบเป็นใครก็คงไม่อยากจะยอมช่วยทำในสิ่งนั้นๆหรอก แค่การเรียกชื่อเมื่อพูดคุยกับพวกเขาก็ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างราบรื่นแล้ว หากคุณเป็นคนหนึ่งที่จำชื่อของใครต่อใครได้ยากแล้วละก็เราอยากให้เพื่อนเพื่อนลองให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มากขึ้นอีกสักหน่อย เพราะว่าเพื่อนเพื่อนทราบหรือไมละว่าหากคุณสามารถใช้ชื่อเรียกแทนตัวเค้าในระหว่างการสนทนาไม่ว่าจะกับใครก็ตาม มันจะสามารถเพิ่มความไว้วางใจหรือความรู้สึกดีดีที่มีต่อตัวเราได้ ทำให้ถึงแม้ว่าเราจะบอกปฏิเสธคำขอบางอย่าง(คุณควรมีเหตุผลประกอบสักหน่อยละ) มันก็จะทำให้เค้ารู้สึกกับเราไม่แย่มากนั้น และสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกเช่นนี้ก็เพราะว่าชื่อนั้นคือว่าเป็นตัวแทนของบุคคลเลย...
เพื่อนเพื่อนทราบกันบ้างไหมละว่าในประเทศเมื่อร้อนแบบบ้านเรานั้นมีสิ่งหนึ่งซึ่งพวกเราหลายหลายคนเลือกทำซึ่งมันขัดกับสภาพอากาศที่ร้อนของบ้านเรามากมากเลย ซึ่งนั้นก็คือการอาบน้ำอุ่นนั้นเองมันฟังดูแล้วช่างสร้างความงงให้กับเพื่อนหลายคนของเราที่เดินทางมาจากต่างประเทศนั้นก็เพราะว่าที่บ้านของเพื่อนของพวกเรานั้นจะเลือกใช้น้ำอุ่นก็เพราะว่าอากาศตอนเย็นนั้นมันหนาวมากมากเลยยังไงละ แต่ทำไมกันนะพวกเราหลายหลายคนที่เพิ่งจะออกเดินทางจากที่ทำงานกลับมาบ้านแล้วแทนที่จะอาบน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นเพื่อให้คลายร้อนแต่กลับอาบน้ำอุ่นอีกซึ่งพอเรามาลองสอบถามเพื่อนเหล่านั้นก็ทำให้เราได้ทราบถึงเหตุผลที่พวกเค้าเหล่านั้นอาบน้ำอุ่นตลอดเวลาก็เพราะว่ามันทำให้เค้ารู้สึกสดชื่นและเหมือนได้ผ่อนคลายจากการเมื่อยล้านั้นเอง และอีกอย่างก็คือเพื่อนเพื่อนของเรายังบอกอีกว่าการอาบน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นนั้นก็แทบจะไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะได้เลย ซึ่งพอเราได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกสนใจขึ้นมาว่าอันที่จริงแล้วน้ำเย็นนั้นมันอาบน้ำดีหรืออาบแล้วมีประโยชน์อะไรกันบ้างหรือเปล่านะ แล้วเราก็ได้พบกับเรื่องราวและข้อมูลที่น่าสนใจมากมากหลายอย่างเลย ซึ่งพวกเราก็อยากจะเอามาให้เพื่อนเพื่อนได้ลองอ่านกันดูเพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อนเพื่อนด้วย สิ่งแรกเลยเมื่อเพื่อนเพื่อนได้อาบน้ำที่มีอุณหภูมิเย็นสักหน่อยในทุกวันนั้นก็คือใบหน้าของคุณจะดูเปล่งปลั่งมากขึ้น นั้นก็เพราะอุณหภูมิที่เย็นนั้นจะช่วยเรื่องของการบวมแดง และยังช่วยให้น้ำมันบนใบหน้าไม่หายไปมากจนเกินไปอีกด้วย อีกสิ่งหนึ่งนั้นก็คือการไหลเวียนของระบบต่าง ๆ จะทำได้ดีขึ้นอีกนะซึ่งเมื่อมีการไหลเวียนทีดีแบบนี้มันก็ต้องส่งผลไปถึงความเปล่งปลั่งยิ่งขึ้นไปอีกนะสิ เมื่อระบบการไหลเวียนที่ดีก็ย่อมส่งผลต่อการทำงานหลายหลายอย่างและเมื่อเป็นแบบนั้นริ้วรอยต่างๆมันก็ต้องดูดีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะน้ำมันที่มีอยู่อย่างเพียงพอเมื่อใช้น้ำเย็นนั้นเองมันก็ยังส่งผลต่อการส่วนของรองรอยต่าง ๆ ที่จะทำให้ดูตื้นขึ้นได้อีกนะ เพื่อนๆก็ลองคิดดูสิอย่างกระดาษแห้ง ๆ ที่เราลองพับให้เป็นรอยยับแล้วมันจะกลับมาเรียบมันก็ยากแหละนะแต่ถ้าลองใส่น้ำมันลงไปสักหน่อยเจ้ารอยเหล่านั้นมันก็จะหายไปได้เลยนะ ทำให้ระบบสื่อสารภายในร่างกายของเรานั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆไปเลย อีกเรื่องที่ต้องบอกให้เพื่อนเพื่อนฟังเลยเพราะมันเป็นเรื่องที่พวกเรา BTW เองก็เพิ่งทราบเหมือนกัน นั้นก็คือเมื่อเราใช้น้ำเย็นเป็นประจำแล้วส่วนต่าง ๆ มันจะมีความชุ่มชื่นมากพอและเจ้าความชุ่มชื่อนนี้แหละที่ทำให้ระบบไฟฟ้าในร่างกายของเรานั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากมากเลยนะ และด้วยการทำงานของระบบไฟฟ้านี่เองที่สามารถทำให้ระบบภายในของเรานั้นทำงานได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย และสิ่งที่มันดีออกมาจากภายในนั้นแหละจะส่งผลออกมาถึงภายนอกให้เราได้เห็นในเวลาไม่ช้าเลย ดังนั้นเพื่อนที่ชอบและรักในการอาบน้ำอุ่นบ่อยๆ ก็อย่าลืมที่จะดูแลเรื่องที่ร่างกายของเราจะแห้งเกินไปด้วยนะเพราะถ้ายิ่งแห้งมากมากระบบการสื่อสารต่าง ๆ ก็ทำได้ยากขึ้นนั้นแหละลองคิดดูเล่นๆว่าถ้าเราไม่มีการสื่อสารอะไรเลยเราก็คงเฉาเหละเนอะร่างกายของเรามันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันนั้นแหละดังนั้นก็ดูแลกันสักหน่อยนะ อีกหนึ่งสิ่งจากการใช้น้ำเย็นบ่อยๆนั้นก็คือความกระชับและความอิ่มของส่วนต่าง ๆ นั้นเองหลักการง่ายๆเลยเพราะเมื่อร่างกายของเราถูกน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนสักหน่อยนะบริเวณที่สัมผัสจะขยายตัวออกมาซึ่งมันก็จะส่งผลดีกัับร่างกายบางส่วนที่เกร็งหรือหดตัวอยู่เพราะมันจะช่วยผ่อนคลายส่วนนั้นได้นั้นแหละ ดังนั้นเมื่อเราใช้น้ำเย็นมันก็จะได้ผลอีกแบบหนึ่งนั้นก็คือการกระชับของบริเวณที่ใช้น้ำเย็นนั้นเอง ถ้าเพื่อนเพื่อนอ่านแล้วเข้าใจถึงข้อดีที่จะตามมาแล้ว แต่ยังคงอยากจะอาบน้ำอุ่นอยู่เราก็บอกเลยว่ามันทำได้นะเพราะไม่ว่าจะน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นมันก็ให้ผลดีที่แตกต่างกันไปนั้นแหละเพียงแต่ว่าเราต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมและไม่มากเกินไปเท่านั้นเอง แล้วอะไรละที่จะบอกว่ามากเกินไป นั้นก็คือเพื่อนเพื่อนก็คงจะต้องสังเกตุตัวเองสักหน่อยแหละเนอะถ้าร่างกายดูแห้งก็หาตัวช่วยและลดการใช้น้ำอุ่นก็เท่านั้นแหละ ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside — เรียบเรียงโดย btw
หนึ่งในหลายสิ่งหลายอย่างที่เหล่าคนธรรมดาอย่างเราจะต้องเจอเข้าสักวัน นั้นก็คือการที่ต้องออกมาทำงานเพื่อยืนด้วยลำแข้งของตัวเองนั้นเอง ซึ่งพวกเราแต่ละคนก็ต่างมีความนึกคิดหรือความชอบของแต่ละคนซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็นำพาพวกเราให้เดินทางไปสู่สายงานหรืออาชีพที่พวกเราใฝ่ฝันนั้นเอง และหากจะพูดถึงอาชีพที่หลายคนฝันถึงในวัยเด็กละก็คงต้องมีเด็กชายหลายคนคิดอยากจะเป็นนักบินอย่างแน่นอน ก็เพราะภาพของการได้เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถล่องลอยไปในท้องฟ้าสีครามสดใสด้วยเครื่องบิน (ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ด้วยปีกของตัวเองแต่ก็ยังทำให้บินไปไหนมาไหนได้ละนะ) ซึ่งพวกเราจำนวนไม่น้อยเลยที่สามารถไปถึงฝันอันนั้นแต่ก็ยังมีอีกมากที่ไปไม่ได้ถึงจุดนั้น นั้นก็เพราะการที่จะไปเป็นนักบินได้มันก็เป็นเรื่องที่ยากมากมากอย่างหนึ่งเลยละ และวันนี้พวกเรา BTW ก็เลยอยากจะเอาเรื่องราวของเหล่านักบินที่เป็นสิ่งที่หลายหลายคนใฝ่ฝันไว้กับเรื่องราวบางอย่างที่เพื่อนเพื่อนอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับการเป็นนักบินนั้นเอง สิ่งแรกเลยหรือจะเรียกว่าเป็นก้าวแรกในการเป็นนักบินนั้นไม่ใช่การฝึกบังคับเครื่องบินแต่เป็นการฝึกฝนร่างกายให้มีสภาพแข็งแรงและต้องมีสภาพอารมณ์ที่มั่นคงอีกด้วย นอกจากนี้เมื่อเข้าเรียนก็ยังคงต้องเรียนรู้วิชาอื่นๆอย่างเช่นการจัดการการบริการ จัดตารางการบินและสัญญาลักษณ์อื่นๆที่เป็นสากลเกี่ยวกับการบิน และยังมีวิชาพื้นฐานอย่างเลขและวิทยาศาสตร์และการใช้ภาษาเฉพาะทาง ซึ่งนอกจากนี้ยังมีเรื่องของการฝึกบินหลังจากผ่านวิชาพื้นฐานเหล่านี้ตามจำนวนชั่วโมงที่กำหนดอีกด้วยนะ เป็นไงละไม่ได้ง่ายๆเหมือนกับที่ใครหลายหลายคนคิดละสิ กว่าจะสามารถขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยบังคับเครื่องบินจริงๆได้นั้นพวกเพื่อนเพื่อนักเรียนการบินของเรายังต้องผ่านการ ฝึกบังคับเครื่องในห้องปฏิบัติการเสมือนจริงหรือในเครื่องบินจำลองโดยต้องผ่านเหตุการณ์สมมุติต่างๆ และต้องสามารถแก้ไขความไม่ปกติที่เกิดขึ้นให้ได้ก่อน © depositphotos การทำงานบนเครื่องบินนั้นยากเกินกว่าที่ใครๆคิดมากนักดังนั้นเหล่านักบินที่ขับเครื่องบินจริงๆแล้วจะมีความถนัดในการบังคับเครื่องแต่ละรุ่นไม่เท่ากันดังนั้นเราอาจจะเห็นหรือได้พบกับเพื่อนร่วมเที่ยวบินหน้าเดิมๆบ่อยๆ เพราะพวกเค้าจะถูกจัดให้ทำงานอยู่ในเครื่องรุ่นที่พวกเค้าผ่านการฝึกหรือเคยผ่านงานมาแล้วเท่านั้น ถ้าคุณเป็นนักบินละก็คุณอาจจะไม่ได้ไว้เครานะ เพราะด้วยเหตุและผลที่ว่าคุณจะต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอและเครามันก็อาจจะมีส่วนทำให้หน้ากากอ๊อกซิเจนไม่สามารถสวมได้พอดี ซึ่งมีผลต่อการทำงานด้วยนั้นเอง อาหารของเหล่านักบินนั้นก็คืออาหารที่มีให้บนเครื่องนั้นแหละแต่ที่สำคัญอย่างหนึ่งเลยนั้นก็คือคุณจะได้ทานอาหารที่ต่างจากของเพื่อนนักบินที่มาด้วยกันเสมอด้วยเหตุผลที่ว่า คุณอาจจะท้องเสียจากการทานอาหารได้ดังนั้นจำเป็นต้องทานต่างกันไว้ก่อนเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นนั้นเอง หน้าที่ของนักบินและผู้ช่วยนักบินแน่นอนว่าเราคงไม่สามารถถือคันบังคับเครื่องบินพร้อมๆกันทั้งสองคนได้ แต่ทำไมถึงยังต้องมีนักบินและผู้ช่วยนักบิน สิ่งแรกเลยก็เพื่อว่าคนแรกไม่สามารถบังคับเครื่องได้ก็ยังมีอีกคนค่อยทำหน้าที่ยังไงละ อีกทั้งนอกเหนือจากการขับเครื่องบินแล้วพวกเค้ายังคงต้องทำหน้าที่อื่นๆอีกในการตรวจดูการทำงานของเครื่องบินส่วนต่างๆ ค่อยติดต่อสื่อสารและฟังวิทยุเพื่อรับแจ้งข่าวสารจากภาคพื้นดินเพื่อให้แน่ใจว่าในเส้นทางการบินนั้นยังคงสามารถเดินทางไปได้อย่างราบรื่นนั้นเอง พวกเค้าต้องไปถึงและเตรียมพร้อมด้วยการที่ต้องผ่านการตรวจสอบแบบเฉพาะก่อนที่จะขึ้นไปทำหน้าที่บังคับเครื่องบินดังนั้นพวกเค้าจึงมักมาถึงสนามบินก่อนเวลาอย่างน้อยหนึ่งหรือสองชั่วโมงเสมอ การขึ้นบินแต่ละครั้งไม่ได้ทำกันง่ายๆอย่างที่เราคิดดังนั้นเวลาที่เครื่องบินต้องขึ้นบินช้ากว่ากำหนดเพราะมีฝนเพียงเล็กน้อยก็อย่าเพิ่งบ่นละ เพราะอันที่จริงแล้วการที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยอย่างที่เราเห็นนั้นกลับส่งผลมากกว่าที่เราคิดที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าเครื่องบินมันไม่ได้วิ่งอยู่ที่พื้นเหมือนรถยนต์ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นสุดๆเลยนั้นก็คือพลังงานที่จะมาขับเคลื่อนตัวเครื่องบินนั้นเองและเพื่อความแน่ใจว่าเราจะมีพลังงานเพียงพอที่จะขึ้นบินและลงจอดที่จุดหมาย ดังนั้นเรื่องของเส้นทางการบินและสิ่งที่ทำให้เกิดการล่าช้าระหว่างการบินจึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนวนและตรวจสอบให้แน่นอนทุกครั้งก่อนการขึ้นบินนั้นเอง ดังนั้นหากครั้งหน้าที่คุณเดินทางแล้วต้องรอเพราะเกิดความช้าในการขึ้นบินก็ขอให้มั่นใจได้เลยว่านั้นก็เพราะเค้าต้องทำทุกอย่างให้ปลอดภัยที่สุดนั้นเอง สำหรับเที่ยวบินบางเที่ยวบินที่ต้องใช้เวลาการเดินทางนานมากมากอาจจะมีจำนวนนั่งบินที่อยู่บนเครื่องมากขึ้นสี่คนเลยก็ได้โดยนักบินที่เหลือจะพักอยู่ที่ชั้นโดยสารเพื่อรอเวลาที่จะเปลี่ยนกะการทำงานนั้นเอง ที่ระหว่างการขึ้นหรือลงจอดของเครื่องบินนั้นมีการแจ้งบอกให้ปิดมือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารไม่ใช่เพราะว่าสัญญาณรบกวนแต่อันที่จริงแล้วมันเพื่อตัวของคุณเองนั้นแหละเพราะหากคุณสนใจแต่โทรศัพท์แล้วหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันคุณก็อาจจะไม่พร้อมที่จะทำอะไรหรืออาจจะสับสนจนทำอะไรไม่ถูกก็เป็นได้ ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside — เรียบเรียงโดย BTW
กินอยู่หลับนอนเป็นสองเรื่องที่ถ้าหากว่าใครสามารถมีความสุขในการกินอิ่มและของที่ตัวเองชอบ อีกทั้งยังนอนหลับสบายๆ แต่การจะตามหาเหล่าอาหารที่ทานได้ถูกปากและจุใจนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายๆเลย ดังนั้นเพื่อนเพื่อนของเราหลายหลายคนจึงลุกขึ้นมาเพื่อสร้างสรรค์อาหารที่ถูกใจเหล่านั้นให้ออกมาทานได้ทุกวันด้วยการลงมือทำอาหารเหล่านั้นเอง ใช่แล้ววันนี้พวกเรา btw กำลังจะมากล่าวถึงเพื่อนของเราที่ชอบและรักในการทำอาหาร ที่ต้องเอาเรื่องราวเหล่านี้มาเล่าให้เพื่อนเพื่อนฟังก็เพราะว่าเราอยากจะบอกว่าอันที่จริงแล้วการได้ลองทำอาหารทานเองมันก็มีทั้งความสนุกและความอร่อยที่หลายหลายคนคาดไม่ถึง แต่หลายหลายคนก็อาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนเพราะกว่าจะออกมาเป็นอาหารให้เราได้ทานหนึ่งอย่างนั้นมันต้องผ่านทั้งขั้นตอนการคัดสรรค์ส่วนประกอบหรือเหล่าวัตถุดิบต่าง ๆ อีกทั้งยังต้องมาเตรียมสิ่งเหล่านั้นไม่ว่าจะหันสับซอยเพื่อให้พร้อมสำหรับการปรุงอาหารอีก ซึ่งหลายหลายคนก็ยังคิดว่าเป็นสิ่งที่ยุ่งยากแต่พวกเรา BTW กลับพบว่าความจริงแล้วตอนนี้มันมีอปกรณ์งานครัวมากมายที่ถูกคิดและประดิษฐ์ออกมาเพื่อให้พวกเราทำครัวกันได้อย่างสะดวกสบายมากมากขึ้นแล้ว วันนี้เราก็เลยอยากจะมาลองเอาเจ้าเครื่องครัวใหม่ๆเหล่านั้นมาบอกให้เพื่อนเพื่อนทราบและรู้จักกันเพื่อว่าจะมีใครอีกหลายหลายคนเปลี่ยนใจหันมาลองทำขนมหรืออาหารเพิ่มก็เป็นได้ การทำอาหารแต่ละอย่างก็มีเคล็ดลับของการทำไม่เหมือนกันบางอย่างต้องเร็วบางอย่างต้องช้า อย่างซุปบางอย่างเราต้องทำมันอย่างช้า ๆ ค่อยคนอาหารหรือกวนไปเบาๆ แต่ก่อนกว่าจะทำได้ต้องเมื่อยมือเมื่อยขาอยู่นาน แต่ตอนนี้เรามีเครื่องคนอาหารที่เพียงแค่เปิดการทำงานและตั้งไว้มันก็จะกวนและคนอาหารไปเรื่อยๆแล้ว © amazon คราวนี้และจะซุปหรืออะไรก็มาเลยเพราะเราแค่กดเปิดใส่ทุกอย่างลงไปที่เหลือก็แค่ไปรอเท่านั้นเอง มาถึงเจ้าอุปกรณ์อย่างที่สองกันเลยต้องเรียกว่ามันคือตัวช่วยที่ดีมากมากอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้นั้นก็คือเครื่องซูวี เจ้าเครื่องนี้มันคือเครื่องทำความอุณหภูมิที่ทำให้เราสามารถควบคุมการสุกของอาหารได้อย่างแม่นยำ เพราะปัญหาเวลาที่เราทอดหรือย่างอาหารจะพบว่าตรงกลางของอาหารบางครั้งก็ไม่สุกนั้นเอง แต่เจ้าเครื่องซูวีนี้ถูกคิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สิ่งนี้นั้นก็คือการทำให้อาหารสุกตามแบบที่เราต้องการโดยการให้ความร้อนผ่านน้ำส่งไปที่ตัวอาหาร ที่เพื่อนเพื่อนต้องทำก็แค่อ่านคู่มือว่าอาหารแต่ละแบบต้องการอุณหภูมิและเวลาขนาดไหน แล้วก็นำวัตถุดิบใส่ลงไปในถุงสูญญากาศที่เตรียมไว้และนำลงไปไว้ในหม้อที่เปืดเจ้าเครืองซูวีไว้พอถึงเวลาที่กำหนดอาหารก็จะสุกด้วยการผ่านความร้อนจากน้ำและการคุมอุณหภูมิที่สม่ำเสมอ ที่เหลือก็อาจจะเอาไปทอดหรือย่างให้สัมผัสด้านนอกเหมือนการทำอาหารตามปรกติเท่านั้นเองแต่บอกไว้นิดนึงว่าเจ้าเครื่องนี้มันจะใช้เวลานานกว่าการทำอาหารที่เราทอดหรือย่างตรงๆ นะ © aliexpress พิมพ์ขนมปังแบบที่สามารถใช้เป็นชามได้ด้วย © aliexpress ขั้นตอนหนึ่งที่ทำให้หลายหลายคนไม่อยากทำอาหารหรือขนมก็คือการล้างทำความสะอาดนั้นเอง และเจ้าสิ่งคือคือชามเอนกประสงค์ที่ทำมาจากซิลิโคน โดยเราสามารถใช้มันผสมส่วนประกอบต่างๆและนำเข้าเตาอบไปด้วยเลยแค่นี้ก็ไม่ต้องมานั่งล้างให้เหนื่อยแล้ว เวลาทำขนมแล้วเรามันจะเสียดายเจ้าครีมอร่อยที่เราทำมาเพราะมันไปติดอยู่ตามไม้พายหรือตะกร้อตีครีม © amazon และนี้เอาคือตัวช่วยที่ทำให้เราไม่รู้สึกเสียดายอีกต่อไปเพราะมันคือที่ทำความสะอาดที่จะรูดเอาเจ้าครีบที่ติดอยู่ออกมาแบบในภาพยังไงละ สำหรับคนที่ชอบมันฝรั่งทอดมากมากละก็ต้องนี้เลย © aliexpress เครื่องหั่นที่จะหั่นมันฝรั่งหรือสิ่งอื่นๆออกมาเป็นแผ่นและเราก็สามารถนำไปทอดทานได้เลย อีกทั้งมันยังมาพร้อมกับจานที่ทำให้คุณจัดมันฝรั่งที่ทอดแล้วให้อากาศผ่านไปได้สะดวกเพื่อคงความกรอบไว้ได้นานขึ้นอีกด้วยนะ ถ้าคุณไม่ชอบให้อาหารของคุณปะปนกันเวลาตัดเสริฟละก็ลองหาสิ่งนี้มาใช้ดูนะ © aliexpress มันเป็นช่องแยกให้เราสามารถวางอาหารลงไปแล้วแบ่งเขตของอาหารแต่ละอย่างให้ห่างกันเล็กน้อยอีกทั้งยังช่วยกะปริมาณอาหารให้คุณได้อีกด้วย หลายคนที่เวลาเตรียมวัตถุดิบต้องหงุดหงิดกับการทำความสะอาดเศษอาหารเล็กที่เราปอกออกมา แต่ที่ปอกอันนี้มันมีที่เก็บเปลือกให้ด้วยนะ © aliexpress ด้วยสิ่งนี้คุณก็แค่ปอกไปเรื่อยๆแล้วพอเปลือกข้างในมันเต็มก็เอาไปเทเท่านั้นเองง่ายขึ้นเยอะเลย คุณสามารถใช้สิ่งนี้ที่บ้าน หรือในขณะที่ตั้งแคมป์ที่อื่น ๆ...
บางทีสิ่งที่เราคิดว่ารู้จักดีอยู่แล้ว แต่จริงๆแล้วเรากลับไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับมันเลย แต่บางคนก็มีความสามารถในการค้นหารายละเอียดที่น่าสนใจและนำมาเผยแพร่ให้เราได้เห็น ทำให้เราค้นพบอะไรใหม่ๆที่ทำให้เราได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมีผู้คนจากสื่อสังคมออนไลน์เช่น ผู้ใช้ Reddit หรือผู้ใช้ทวิตเตอร์ ได้แบ่งปันการค้นพบเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสิ่งที่พวกเขามีไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆเช่นการคิดค้นวิธีปกป้องแป้นพิมพ์จากแมว ในขณะที่คุณ Work from home  หรือวิธีเก็บของอย่างสร้างสรรค์ในตู้เย็น พวกเรา BTW ชอบที่จะค้นพบข้อเท็จจริงใหม่ๆเกี่ยวกับโลกใบนี้ เราจึงได้ทำการค้นหาเรื่องที่น่าสนใจในโลกโซเชียลให้เพื่อนๆของเราได้เปิดมุมมองใหม่ๆ และค้นพบวิธีที่น่าสนใจเหล่านี้ ช่วงนี้พวกเราต้องทำงานแบบ Work from home กันเยอะขึ้นมาก และทาสอย่างเราๆ ก็หนีไม่พ้นการที่เจ้าเหมียวที่น่ารักของเราคอยมาพัวพันเราเวลาที่น้องเบื่อ หรือเวลาที่น้องหิว และนี่คือหนึ่งในวิธีที่ทำให้แมวของคุณไม่กวนการพิมพ์ของคุณขณะที่คุณทำงานอยู่หน้าคอม เราส่วนใหญ่คิดว่าการอ่านบาร์โค้ดต้องอ่านจากเส้นสีดำ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเครื่องสแกนบาร์โค้ดไม่สแกนลงบนเส้นสีดำหรอกนะ แต่มันสแกนช่องว่างระหว่างเส้นต่างหากหละ “ ฉันเพิ่งรู้ว่า 'Reese Witherspoon’' ไม่ได้เป็นชื่อ และ นามสกุลของเธอหรอก แต่จริงๆแล้วมันเป็นนามสกุลทั้งคู่เลยต่างหาก 'Reese'...
หลังจากที่เราได้พบเจอผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาหาเราในแต่ละวันแล้วก็ต้องพบว่า กับบางคนเราอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจมากมาก แต่กับบางคนแล้วอยู่ด้วยกลับรู้สึกอึดอัดอยากที่จะขยับตัวออกห่าง หรือกับบางคนแค่ได้มองอยู่ไกลๆก็เห็นถึงความน่ารักและมีเสน่ห์ของเค้าเหล่านั้นก็มี หลายคนก็บอกว่าเราทำบุญมาไม่เท่ากันมันก็เลยได้ผลออกมาแบบนี้ไม่เท่ากันยังไงละซึ่งเราฟังแล้วก็ไม่ค่อยจะเห็นความเชื่อมโยงกันสักเท่าไหร่ พวกเรา BTW ก็เลยอยากจะไปลองหาเรื่องราวหรือข้อมูลอะไรสักอย่างที่จะสามารถบอกพวกเราได้แบบมีหลักการมากขึ้นสักหน่อย เพราะพวกเรา BTW เชื่อกันว่าทุกอย่างมันต้องสามารถอธิบายได้ด้วยเหตุและผลที่เหมาะสมนั้นเอง ซึ่งพวกเราก็ได้พบกับเรื่องราวของการใช้ท่าทางหรือภาษากายนั้นเองที่พอจะเอามาอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ได้ว่าทำไมนะพวกเราถึงรับรู้หรือรู้สึกกับคนที่เพิ่งพบกันแตกต่างกันไปนั้นเอง มาเริ่มจากเรื่องง่ายอย่างการมองสบตากันเลยดีกว่า เป็นเรื่องธรรมดามากมากที่เวลาเรามองหน้าหรือพูดจากันนั้นเราอาจจะต้องผสานหรือสบตากันกับคู่สนทนา แต่เพื่อนเพื่อนทราบกันไหมละว่าการสบตาที่ดีนั้นก็มีช่วงเวลาที่เหมาะสมเช่นเดียวกัน สำหรับคนที่เพิ่งพบกันไม่นานเวลาเพียงแค่ สามถึงห้าวินาทีในการมองสบตากันนั้นถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะห่างคุณจ้องมองนานกว่านั้นคนที่ถูกมองก็จะรู้สึกอึดอัดได้แล้ว และเสริมอีกส่วนหนึ่งนั้นก็คือเวลาที่คุณมองไปที่ใบหน้าเวลาสนทนานั้นหากไม่มองสบตาแล้วละก็เราขอแนะให้เพื่อนเพื่อนลองมองไปที่จมูกแทนเพราะหากมองสูงเช่นหน้าผากคุณจะเหมือนไม่สนใจเค้า และห่างมองต่ำลงไปกว่าจมูกจะทำให้รู้สึกว่าคุณสนใจอย่างอื่นๆมากกว่าบทสนทนาที่กำลังเกิดขึ้นนั้นเอง การเว้นช่วงเวลาหลังจากเพิ่งพบกันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวจะทำให้รู้สึกสบายใจกว่า อีกเรื่องหนึ่งเลยนั้นก็คือช่วงจังหวะในการเริ่มการสนทนา หลังจากที่ได้พบหน้าทักทายกันแล้วให้เวลาอีกฝ่ายได้ผ่อนคล้ายจากหลายหลายอย่างก่อนเช่น เค้าอาจจะต้องการนั่งลงหรือแขวนเสื้อนอกให้เรียบร้อยแล้วจึงค่อยเริ่มบทสนทนาก็ยังไม่สายเพราะการเร่งรีบที่จะพูดนั้นกลับทำให้อีกฝ่ายเกิดความกังวลนั้นเอง ท่าทางการนั่งและการวางเท้าก็ทำให้คุณรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้นได้ หนึ่งในความรู้สึกที่แสดงออกเมื่ออยู่กับใครสักคนนั้นก็คือระยะห่างที่เรานั่งหรือยืนอยู่กับบุคคลนั้นนั้นเอง ดังนั้นหากคุณรู้สึกว่าเพื่อนใหม่ของคุณนั่งห่างออกไปหรือนั่งพิงเก้าอี้ไปที่ด้านหลังนั้นแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจนั้นเอง ดังนั้นการค่อยพูดเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างเรื่องที่อีกฝ่ายชอบจะเป็นการดีที่จะทำให้อีกฝ่ายเปิดใจและค่อยๆขยับเข้าหา แต่ในทางกลับกันการที่คุณขยับตัวหรือนั่งแล้วมีส่วนหนึ่งส่วนใดเช่นแขนหรืออาจจะเป็นขายื่นขยับเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไปจะช่วยทำให้รู้สึกสนิทกันมากขึ้น การพูดสื่อสารอาจจะเป็นการกระทำที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่กล้าแสดงออก ในบางโอกาสที่ได้พบเจอเพื่อนใหม่นั้นบ้างครั้งการถามคำถามเพื่อขอความคิดเห็นก็ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดได้เพราะเค้ายังไม่พร้อมหรือไม่สนิทใจพอที่จะให้คำแนะนำอะไร แต่การถามด้วยท่าทางอย่างการถามถึงสิ่งที่เราทำด้วยท่าทางการยกมือว่าสิ่งนี้มัน ok ไหม จะช่วยได้มากเพราะอีกฝ่ายสามารถตอบกลับด้วยการพยักหน้าหรือส่ายหน้าเท่านั้นเองและถือเป็นจุดเริ่มต้นในการย่อระยะห่างของเรากับเพื่อนใหม่อีกด้วยนะ ท่าทางของการวางมือช่วยบอกเราได้ว่าเค้าเบื่อแล้ว เวลาที่เราหรือใครก็ตามเริ่มที่จะหมดความสนใจหรือออกอาการเบื่อนั้น เราสามารถมองออกได้ไม่ยากเลยจากการที่ดูที่การนั่งและทิศทางของการวางศรีษะของเค้าถ้ามันเริ่มเอนไปทางซ้ายหรือขวา และขนาดที่ต้องใช้มือยกขึ้นมาประครองก็ต้องรีบเปลี่ยนเรื่องหรือจบหัวข้อการสนทนาได้แล้วเพราะถึงจะพูดต่อไปก็ไม่ได้ความกันแล้วละ เวลาที่ต้องการให้อีกฝ่ายสงบลงให้พยายามมองให้สูงกว่าระดับสายตาอย่างเช่นบริเวณหน้าผากนั้นเอง บางครั้งเราก็ต้องการแสดงออกถึงความเหนือกว่าหรืออยากที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความไม่พอใจบางอย่างการมองสบตาสักเล็กน้อยก่อนแล้วจึงมองสูงขึ้นไปที่หน้าผากจะช่วยทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงสิ่งนั้นได้ ครั้งหน้าเวลาที่คุณไม่พอใจใครก็ลองนำไปใช้งานดูแล้วบอกเราด้วยละ เวลายืนกับคู่สนทนาการยืนอยู่ในด้านขวามือของเค้าจะทำให้คุณได้รับการสนใจมากขึ้น ใครจะไปคิดว่าแค่ตำแหน่งการยืนก็มีผลต่อความรู้สึกได้ นั้นก็เพราะคนเรานั้นมีข้างที่ถนัดและมักจะมองจากมุมมองนั้นเป็นหลักดังนั้นเนื่องจากคนส่วนใหญ่ถนัดขวา การที่เราไปกับเพื่อนอีกคนแล้วเรายืนให้อยู่ด้านขวามือของคู่สนทนาของเราจะทำให้อีกฝ่ายสนใจเรามากกว่าอีกคนหนึ่ง นั้นก็เพราะความถนัดขวาทำให้คนเรานั้นสนใจด้านนี้และให้ความรู้สึกคุ้นเคยและใกล้ชิดมากกว่ายังไงละ แต่อย่าลืมว่าถ้าคู่สนทนาของคุณถนัดซ้ายก็ต้องเปลี่ยนข้างด้วยละ ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside — เรียบเรียงโดย BTW
การทำอาหารที่ใช้เวลานาน และยุ่งเหยิงนั่นกลายเป็นแค่เพียงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านไปเท่านั้น หากคุณได้เรียนรู้เคล็ดลับ และเพิ่มจินตนาการในการลงมือทำอีกเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้การทำอาหารดูดีขึ้น และง่ายขึ้น เช่น การปอกผักและผลไม้ การทำให้อะโวคาโดสุกในเวลาไม่นาน หรือการย่างเนื้ออย่างมืออาชีพ - สิ่งเหล่านี้สามารถทำได้โดยใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อยบวกกับเทคนิคที่ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าใช้งานได้จริง พวกเราชอบวิธีการทำอาหารที่มีการพลิกแพลง และเราพร้อมที่จะแสดงให้ผู้อ่านทุกคนเห็นความน่าตื่นเต้นในการทำอาหาร ดังนั้นโปรดแน่ใจว่าคุณได้จดบันทึกเคล็ดลับเหล่านี้เอาไว้แล้ว! 1. ปอกมะเขือเทศอย่างรวดเร็วและง่ายดาย © depositphotos.com วิธีที่ยอดนิยมที่สุดในการปอกมะเขือเทศคือ เอามะเขือเทศไปใส่ในน้ำร้อนสักสองสามนาที อย่างไรก็ตามมีวิธีที่เร็วกว่าคือ – เพียงแค่หยิบมะเขือเทศขึ้นมาด้วยส้อม แล้วถือไว้เหนือเตาไฟ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณถือมันอยู่เหนือเปลวไฟประมาณ 10 ซม. เพื่อให้ความร้อนช่วยทำให้เปลือกของมะเขือเทศร่อนออกจากผิวได้ง่าย 2. ปกป้องมือของคุณในขณะที่หั่นพริกเผ็ดๆ แทนที่จะใช้ถุงมือในขณะที่หั่นพริกเผ็ด คุณสามารถใช้ตัวเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเช่นทา น้ำมันพืช หรือน้ำมันมะกอก โดยเทน้ำมัน 1 ช้อนชาลงบนมือ และถูน้ำมันเพื่อสร้างกำแพงเคลือบผิวไม่ให้พริกทำร้ายผิวของคุณได้ 3. ใช้ใบผักกาดหอมเพื่อรักษาอะโวคาโดของคุณ © pixabay.com, © unsplash.com การห่อนี้ไม่เพียงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถช่วยรักษาอะโวคาโดให้อยู่ในตู้เย็นได้นานถึงหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากใบผักกาดหอมจะช่วยรักษาความสด...
คุณสมบัติของสบู่มีประโยชน์มากกว่าการทำความสะอาด เนื่องจากสบู่สามารถช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันอื่นๆของคุณได้ ตัวอย่างเช่น การเติมร่องที่เคยตอกตะปูไว้บนผนังด้วยสบู่ การขจัดคราบหมอกบนกระจก หรือขัดแว่นตากันแดดได้อย่างง่ายดาย พวกเรามั่นใจว่าสบู่เป็นสิ่งที่ทุกคนมีในแต่ละบ้าน และมีการพิสูจน์แล้วว่า 8 เคล็ดลับนี้มีประโยชน์จริง 1. ติดสบู่ด้วยแม่เหล็กเพื่อที่สบู่ของคุณจะไม่หล่นขณะอาบน้ำ © 5-Minute Crafts / youtube หากคุณไม่มีที่วางสบู่นอกจากบนท่อน้ำหรือก๊อกน้ำ เคล็ดลับนี้เหมาะสำหรับคุณมาก เพราะหลังจากที่เราติดสบู่กับแม่เหล็กแล้วแม่เหล็กจะดูดกับพื้นผิวเหล็ก อย่างก๊อกน้ำของคุณ จากนั้นสบู่ของคุณจะไม่ตกลงบนพื้นเปียกๆอีกต่อไป © 5-Minute Crafts / youtube ขั้นตอนง่าย ๆ ในการทำ เจาะรูบนสบู่ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าฝาขวด นำฝาขวดมาใส่แม่เหล็กหลังจากนั้นก็แค่ ยัดฝากขวดที่มีแม่เหล็กลงไปในสบู่ และตอนนี้คุณสามารถติดสบู่บนก๊อกน้ำได้อย่างง่ายดาย 2. ใช้สบู่ทำความสะอาดเศษกระจกที่แตก เพื่อที่คุณจะไม่เหยียบมันในอนาคต © 5-Minute Crafts / youtube แม้ว่าแก้วแตกจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่บ่อยครั้งที่เศษแก้วเล็กๆน้อยๆที่เรามองไม่เห็น อาจสร้างปัญหา เพราะกระจกอาจตกอยู่บนพื้น และทำให้เราบาดเจ็บได้ในอนาคตได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องทำความสะอาดชิ้นส่วนทั้งหมด ในกรณีนี้สบู่มีประโยชน์มาก...