สาระ

สาระน่ารู้มากมายที่คุณต้องรู้

โดยปกติคนทั่วไปมักจะใช้เวลาซักผ้าประมาณ 4 ชั่วโมงต่อหนึ่งสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการซักผ้าด้วยเครื่องหรือถ้าซักด้วยมือก็อาจจะนานกว่านั้น เราจะขอพูดถึงการซักผ้าด้วยเครื่องกันดีกว่า เพราะในขณะที่เครื่องซักผ้าที่ทันสมัยส่วนใหญ่ช่วยเราซักผ้าให้สะอาดและประหยัดเวลาได้มากแล้ว แต่มันก็ยังมีเคล็ดลับง่ายๆ อื่นๆ อีกที่เป็นวิธีที่มีประโยชน์ทำให้เราซักผ้าได้สะอาดรวดเร็วขึ้น อย่างเช่นถ้าคุณมีสัตว์เลี้ยงหรือมีเสื้อผ้ามีสีเข้มจำนวนมาก เราขอแนะนำเทคนิคง่าย ๆ เพียงนำกระดาษเปียก(wet wipes)เข้าไปซักรวมกับเสื้อในเครื่องซักผ้าก่อนที่จะบรรจุเสื้อผ้าของคุณเข้าไปข้างในแล้วคุณจะเห็นความแตกต่างของการซักผ้าว่ามันสะอาดแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน พวกเราสงสัยเกี่ยวกับเคล็ดลับนี้และตัดสินใจลองด้วยตัวเอง และเราต้องยอมรับว่าผลลัพธ์สุดท้ายเกินความคาดหวังของเราจริงๆ เริ่มจากขุยบนเสื้อหรือ รอยขนม้วนของเจ้าสัตว์เลี้ยงของเรา มันไม่มีขุยบนเสื้อผ้าของเรามากเท่าก่อนหน้านี้ กระดาษเปียก(wet wipes)ช่วยกำจัดขุยและผมออกจากเสื้อผ้า เพราะพวกมันทำหน้าที่เป็นผ้าชิ้นเล็ก ๆ ที่ดูดซับและทำความสะอาด ขนและผม เอาไว้แทนเสื้อของเรานั้นเอง อนุภาคส่วนใหญ่ของเส้นผมและขนเกือบทั้งหมดจะไปอยู่บนกระดาษเปียก(wet wipes) ดังนั้นเสื้อผ้าจึงดูสะอาดกว่าก่อนหน้านี้และคุณไม่จำเป็นต้องรวบรวมเศษขุยเหล่านี้ออกจากเสื้อผ้าของคุณในภายหลังอีกต่อไป เริ่มสนใจแล้วละสิว่าต้องทำอย่างไร วิธีการนั้นแสนจะง่ายได้ เพียงแค่ใส่กระดาษเปียกไม่เกิน 3 แผ่นลงในเครื่องซักผ้า เมื่อเครื่องเริ่มหมุนกระดาษเปียกจะผสมกับเสื้อผ้าและเก็บผมและขนสัตว์ คุณควรใช้กระดาษเปียกที่สะอาดและใหม่เพื่อเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระดาษเปียก(wet wipes)ของคุณหนาพอ กระดาษเปียกควรจะแข็งแรงพอที่จะไม่ฉีกขาดภายในเครื่องจนเป็นเส้นๆ เราได้ทดสอบแล้วว่ากระดาษธรรมดาและผ้าเช็ดทำความสะอาดจะไม่ช่วยให้มันดีขึ้น อย่าพยายามหาสิ่งอื่นๆมาแทนกระดาษเปียกที่เราแนะนำ เช่นกระดาษหรือผ้า เพราะกระดาษไม่แข็งแรงพอจะทำให้สามารถซักแล้วดูดสิ่งสกปรกได้ตรงกันข้าม คุณต้องทำความสะอาดกระดาษชิ้นเล็ก ๆ ออกจากเสื้อผ้าของคุณอีกต่างหาก ส่วนผ้าเปียก (Fabric...
จากความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับแฟชั่นว่าผู้ชายไม่ชอบแต่งตัว แต่ความจริงแล้วผู้ชายไม่ได้สนใจแฟชั่นน้อยไปกว่าผู้หญิง และพวกเขาใช้เงินซื้อเสื้อผ้ามากกว่าผู้หญิงเสียอีก การสำรวจความแตกต่างของค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 300บาทต่อเดือน คุณอาจคิดว่ามันไม่มากนักจนกว่าคุณจะรู้ว่ามันเพิ่มขึ้นถึง 3,600 ต่อปีเป็นอย่างน้อย เราติดตามเทรนด์อย่างต่อเนื่อง และตอนนี้เรามีคำแนะนำสำหรับคุณ นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการแต่งตัวของผู้ชาย และเราจะช่วยให้คุณเป็นตัวท๊อปเสมอ 1. การสวมสายเอี๊ยมพร้อมเข็มขัด © shutterstock.com © shutterstock.com เสื้อผ้าสไตล์คลาสสิคนี้กลับมาเป็นแฟชั่นอีกครั้งแล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่คำแนะนำแรกสำหรับวันนี้คือเรื่องเกี่ยวกับเสื้อเชิ้ตแบบ button-down : จะดูดีกว่าถ้าคุณสวมมันกับสายเอี๊ยมหรือเข็มขัดอย่างใดอย่างหนึ่ง ขึ้นอยู่กับคุณที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกแบบใด แต่อย่าสวมใส่ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน แต่สิ่งสำคัญคือคุณควรเป็นคนที่มีส่วนสูงพอสมควรไม่อย่างนั้นแล้ว มันจะยิ่งทำให้คุณดูเหมือนเด็ก ๆ ไปเลย 2. แจ็คเก็ตที่สั้นกว่าเสื้อโค้ทของคุณ © shutterstock.com เสื้อโค้ทเป็นของอเนกประสงค์ในตู้เสื้อผ้าที่ควรเลือกแบบที่ ดูสบาย ๆ คลาสสิกและย้อนยุค - มันเหมาะกับทุกสไตล์ แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ พยายามอย่าใส่เสื้อโค้ทที่สั้นกว่าเสื้อข้างในของคุณเพราะมันจะดูขัดแย้งกันเองอย่างมาก 3. การใช้กระเป๋าเป้สะพายหลังกับแจ็คเก็ตแบบคลาสสิกของคุณ © shutterstock.com © shutterstock.com ในศตวรรษที่...
เราทุกคนเคยการเดินเข้าไปในร้านตัดผมด้วยภาพทรงผมของคนดังให้ช่างตัดผมได้ตัดตาม แต่ผลลัพธ์ออกมาดูไม่เหมือนภาพที่คุณคิดไว้ในใจว่าดูดีแบบนั้นแบบนี้ สิ่งนี้อาจเพราะคุณและซูเปอร์สตาร์นั้นอาจมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกัน แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่สังเกตเห็น แต่การวิเคราะห์รูปร่างหน้าตาเป็นสิ่งแรกที่ควรทำของการหาทรงผมที่เหมาะสำหรับคุณ ทรงผมของเราสามารถบอกถึงบุคลิกภาพและความเป็นตัวของเรา นั่นเป็นสาเหตุที่พวกเรารู้ถึงความสำคัญของการค้นพบทรงผมที่เหมาะและถูกใจคุณอย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้ารูปไข่ ถ้าคุณมีความยาวของใบหน้า ยาวกว่าความกว้างของโหนกแก้ม นั่นแสดงว่าคุณมีใบหน้ารูปไข่ และรูปร่างใบหน้านี้สมมาตรมาก ทำให้คุณสร้างสไตล์ของทรงผมมากมาย หรือคุณอาจต้องเสยผมขึ้นเพื่อโชว์หน้าผากและสร้างวอลลุ่มให้เป็นมุมเล็กน้อย ไม่ควรทำทรงผมแบบรูปด้านซ้ายมือเพราะจะยิ่งทำให้ใบหน้าเรียวเกินไป ดังนั้นจึงไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะเลือกทรงผมแบบนั้น ใบหน้าทรงสี่เหลี่ยม ถ้าคุณ มีเส้นกรามที่ชัดเจน แสดงว่าคุณมีรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งรูปร่างนี้คุณสามารถทำทรงผมหลากหลายมาก เพราะคุณมีพื้นที่สำหรับทรงผมที่สร้างสรรค์แบบต่างๆ  แต่ทรงผมสั้นจริง ๆ เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ใบหน้าทรงกลม หากคุณมีกรามลักษณะโค้งและไม่มีเส้นหรือมุมที่เห็นได้ชัด แสดงว่าคุณมีรูปหน้ากลม สำหรับสไตล์นี้สไตล์ที่ดีที่สุดคือสิ่งที่จะสร้างมุมทำให้ใบหน้าของคุณมีความคมชัดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การตัดผมด้านข้างของคุณให้คุณสั้นเพือให้มุมมองที่ชัดขึ้นจะทำให้หน้าดูเด่นขึ้นไปอีก ใบหน้ารูปสามเหลี่ยม ใบหน้ารูปทรงนี้จะมีหน้าผากแคบและกรามกว้าง คุณต้องเลือกทรงผมที่ ทำให้ผมดูหนาและปล่อยยาวบริเวณด้านข้าง เพื่อลดใบหน้าเหลี่ยมของคุณ พยายามหลีกเลี่ยงเคราเพราะคางของคุณจะดูกว้างกว่าเดิม ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะใบหน้าที่ผสมระหว่างรูปวงรีและรูปสี่เหลี่ยม ใบหน้าที่ยืดยาวและหน้าผากกว้าง โหนกคมชัด รวมถึงแนวกราม หากคุณมีรูปหน้านี้ให้หลีกเลี่ยงทรงผมที่ทำให้ใบหน้าของคุณดูยาวขึ้น ด้านบนต้องสั้นและด้านข้างต้องไม่สั้นเกินไป เราขอแนะนำทรง Fringes อาจเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรไว้เคราหนา ใบหน้ารูปเพชร ใบหน้ารูปเพชรเป็นหนึ่งในรูปหน้าที่หายากที่สุด ใบหน้าตรงกลางกว้างกว่าบริเวณหน้าผากและคาง นั่นคือคางและหน้าผารียวเล็กนั่นเอง...
นับตั้งแต่อาหารเมดิเตอร์เรเนียนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผู้คนก็เริ่มตระหนักว่าอาหารมีความสำคัญต่อสุขภาพมากแค่ไหน ทำให้ผู้คนหันมาสนใจทานอาหารประเภทนี้มากขึ้น จนบางครั้งก็เรียกได้ว่าขาดสมดุลในการกินอาหารกันเลยทีเดียว วันนี้พวกเราได้ตรวจสอบสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคุณทานอาหารเพื่อสุขภาพมากเกินไป 1. แครอท © depositphotos.com © depositphotos.com แครอทเต็มไปด้วยเบต้าแคโรทีนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ และมันจะไม่ได้ทำให้คุณรับวิตามินเอมากเกินไป เพราะร่างกายของคุณจะเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนเป็นวิตามินเอตามที่ร่างกายต้องการเท่านั้น น่าเสียดายที่เบต้าแคโรทีนที่มีปริมาณมากเกินไปในร่างกายของคุณอาจทำให้เกิดแคโรทีเมียซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ผิวของคุณเป็นสีเหลือง โรคนี้จะค่อยๆ หายไปเมื่อมีการเปลี่ยนแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอตามกระบวนการที่กล่าวข้างต้นและไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ 2.ชาหมักคอมบูชา © shutterstock.com เครื่องดื่มจีนที่พิชิตนักกินมานับพันปี มาพร้อมกับประโยชน์ของทางเดินอาหารและมีการกล่าวอ้างว่าสามารถการเพิ่มแบคทีเรียที่พบในลำไส้ อย่างไรก็ตามมันยังมีสารประกอบที่เรียกว่า FODMAP ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการหมักยีสต์ ซึ่งหากบริโภคในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดและเกิดปัญหาในการย่อยอาหารได้ 3. น้ำ ปริมาณน้ำในร่างกายที่มากเกินไปสร้างความไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์ได้ โดยทำให้ระดับโซเดียมลดต่ำลงจนไตของคุณไม่สามารถจัดการได้อีกต่อไป ผลกระทบที่ตามมาอีกอย่างหนึ่ง คือ ทำให้เกิดการสะสมน้ำในสมองซึ่งทำให้สมองบวมและเพิ่มความดันเนื่องจากกะโหลกศีรษะมนุษย์ไม่สามารถขยายตัวได้ แม้ว่าจะพบได้น้อยมาก แต่ทั้งสองกรณีพบได้ในนักกีฬาที่ ดื่มน้ำมากมากหลังการฝึกซ้อมที่ยาวนานหรือในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไต 4. อะโวคาโด © depositphotos.com © shutterstock.com © shutterstock.com อะโวคาโดมีเส้นใยอาหารและวิตามินมากมาย นอกจากนี้ยังช่วยลดคลอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) และรักษาสภาพเซลล์ของคุณเนื่องจากมันมีไขมันอิ่มตัวสูง แต่ไขมันก็ยังคงมีไขมันอยู่ อะโวคาโดลูกเดียวมี 240...
เมื่อเราพูดคุยกับคนอื่นๆ เราสามารถได้รับข้อมูล 30% ของข้อมูลทั้งหมดผ่านทางคำพูดของพวกเขา ส่วนข้อมูลที่เหลือ อีก 70 % เราสามารถดูได้จากการเคลื่อนไหวของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงและการสื่อสารที่ไม่ใช่คำพูดอื่นๆ ดังนั้นหากคุณต้องการทราบว่าเพื่อนของคุณรู้สึกอย่างไรในช่วงเวลาใดก็ตาม คุณควรที่จะดูใบหน้าของพวกเขา โดยเอาใจใส่เป็นพิเศษและคุณจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากมายเกี่ยวกับพวกเขา พวกเราได้จัดทำคู่มือสั้นๆ เกี่ยวกับวิธีการ “อ่าน” ใบหน้าของผู้คนไว้ในบทความนี้ สังเกตุจากคิ้ว -คิ้วที่เลิกขึ้นและโก่งโค้งอาจหมายถึงว่าบุคคลนั้นประหลาดใจ และยิ่งพวกเขาประหลาดใจมากเท่าไหร่คิ้วของพวกเขาก็จะยิ่งยกคิ้วสูงขึ้น การเลิกคิ้วเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดกว้างและดึงดูดคุณ -คิ้วที่ต่ำลงและขมวดเข้าหากันมักเป็นสัญลักษณ์ของความโกรธ โดยปกติคุณจะเห็นริ้วรอยแนวตั้งระหว่างคิ้ว -มุมด้านในของคิ้วที่ขมวดเข้าหากันและเลิกขึ้นพร้อมกันแสดงถึงความเศร้า ตา -การมองขึ้นด้านบนและทางด้านขวา อาจเป็นการบ่งบอกว่าคนหนึ่งกำลังพยายามใช้จินตนาการของพวกเขาหรือพวกเขากำลังโกหก -การมองขึ้นและไปทางซ้ายหมายความว่าบุคคลกำลังจดจำหรือระลึกถึงบางสิ่งบางอย่าง -การมองลงต่ำอาจบ่งบอกว่าคนๆ นั้นรู้สึกอาย ประหม่า หรือมีความนับถือตนเองต่ำ แต่บางครั้งมันเป็นสัญญาณของความรู้สึกผิดก็ได้ -หากตาของคนๆ นั้นกรอกไปมาอย่างรวดเร็วจากทางด้านข้างก็หมายความว่าพวกเขารู้สึกประหม่าหรืออึดอัดเมื่ออยู่กับคุณ -รูม่านตาที่ถูกขยายออกมักแสดงถึงความกลัวหรือว่าบุคคลนั้นสนใจหรือรักคุณ -ในทางกลับกันถ้ารูม่านตาของคนๆ นั้นมีขนาดเล็กมากเหมือนเม็ดกลมเล็กๆ อาจหมายความว่าพวกเขากำลังโกรธ -หากคุณเห็นรอยตีนกาที่มุมด้านนอกดวงตาของใครบางคน นั่นหมายความว่าพวกเขากำลังหัวเราะอย่างแท้จริง เพราะเส้นเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของความสุข ปาก -เม้มริมฝีปากเข้าหากันอาจส่งสัญญาณเชิงลบของอารมณ์บางอย่าง เช่น ความโกรธ ดูถูก ความไม่พอใจ หรือการไม่เห็นด้วย -หากมีใครบางคนกัดริมฝีปาก พวกเขากำลังพยายามปลอบตัวเอง เพราะพวกเขารู้สึกกังวล -หากปากด้านใดข้างหนึ่งถูกยกสูงขึ้น มันอาจเปิดเผยการดูหมิ่นหรือเกลียดชัง -มุมของริมฝีปากที่ถูกดึงลงหมายถึงความเศร้า มือ -การแตะที่คออาจหมายถึงบุคคลพยายามป้องกันตนเองเมื่อรู้สึกไม่สบายใจหรือกระอักกระอ่วน -การสัมผัสจมูกเป็นสัญญาณว่าบุคคลนั้นกำลังโกหก คุณมีเคล็ดลับเกี่ยวกับวิธีการ "อ่าน"...
แน่นอนว่าจินตนาการนั้นคือสิ่งที่ทำให้เราสามารถมีสิ่งของหรืออะไรหลายหลหลายอย่างอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ซึ่งพวกเราคงต้องย้อนกลับไปเหล่าบรรดานักคิด อย่างที่เคยได้ยินว่าในยุคโบราณนั้นผลงานของโซเครติส และ ชัยชนะของอเล็กซานเดอร์ ยิ่งใหญ่ขนาดไหน หรือในช่วงยุคกลางเริ่มต้นการบันทึกสิ่งต่าง ๆ ด้วยหมึกและมียการพิพม์หนังสือทำให้การส่งต่อความรู้ทำได้ดีขึ้น มีการออกสำรวจพื้นที่ทางทะเล และ ทำแผนที่โลกซึ่งถ้าเราอยู่ในช่วงเวลาที่เริ่มสิ่งใหม่เราทุกคนน่าจะมีความรู้สึกเดียวกันคือ สิ่งใหม่เหล่านี้มันสุดยอดมาก นั่นทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่าคนในอนาคตจะจดจำช่วงเวลาที่ทันสมัยในยุคนี้ซึ่งเป็นศตวรรษที่ 21 ว่าอย่างไร แน่นอนพวกเราไม่สามารถรับประกันได้ว่าข้อเท็จจริงเหล่านี้ทั้งหมดจะถูกรวมอยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ใหม่ แต่พวกมันก็มีโอกาสมากที่จะถูกจดจำเอาไว้ 1. การพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในโรงภาพยนตร์ ซ้าย ภาพยนตร์ ขวา ภาพจริงของนักแสดง © Alita: Battle Angel / 20th Century Fox ทุกวันนี้มีการผลิตภาพยนตร์โดยที่ไม่ใช้เทคนิคพิเศษอื่นๆมีอยู่น้อยมาก หนึ่งในตัวอย่างล่าสุดของเรื่องนี้ที่สามารถเห็นได้ในตัวละครหลักของ Alita: Battle Angel ดวงตาของหุ่นยนต์สาวดูใหญ่ผิดธรรมชาติราวกับว่าเธอเป็นตัวการ์ตูน เพื่อให้ภาพออกมาได้อย่างใจของผู้้กำกับแล้ว ใบหน้าของนักแสดงหญิง Rosa Salazar จึงถูกถ่ายทำด้วยเทคโนโลยีพิเศษและดวงตาของเธอก็ใหญ่ขึ้นด้วยการใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ในศตวรรษที่ 21...
เราบริโภคผลิตภัณฑ์ต่างๆอย่างเช่นไข่ ผลไม้และขนมปังเกือบทุกวัน แต่เราอาจไม่ได้ทราบวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีเพราะการบรรจุหีบห่อสีสดใสและคำโฆษณาชวนเชื่อที่มักทำให้เราไขว้เขว เป็นการดีกว่าที่จะรู้เทคนิคในการหาสิ่งที่ดีที่สุดจากร้านขายของชำเพราะมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเรา เรามีสิ่งง่ายๆที่สามารถช่วยคุณซื้อสินค้าและตรวจสอบอาหารของคุณแบบนักโภชนาการที่แท้จริง 1. ไข่ไม่ควรมีลักษณะเป็นแป้ง © depositphotos.com © shutterstock.com แต่ละครั้งก่อนที่คุณจะซื้อไข่ให้เปิดกล่องและทำการตรวจสอบด้วยสายตา ถ้าไข่แตกติดเปลือกอาจบ่งบอกถึงว่ามันมีแบคทีเรียปนอยู่ หากไข่มีลักษณะเป็นผงเหมือนแป้งอาจมีเชื้อราปนเปื้อนอยู่ก็เป็นได้ 3. อย่าใส่ใจกับวลีอย่างเช่น "ปราศจากไขมัน" หรือ "เป็นธรรมชาติ" ในแพ็คเกจ © NEETBoiHere / reddit เพื่อความน่าเชื่อถือ เรามักจะเห็นวลีเช่น "ทำจากธรรมชาติทั้งหมด" หรือ "ปราศจากไขมัน" และเชื่อว่าเป็นจริงตามนั้น แต่ในความเป็นจริงมันอาจเป็นเทคนิคที่ทำให้คุณซื้ออาหารนี้ ผลิตภัณฑ์ต่างๆยังสามารถมีสารกันบูด ฟรุกโตสและโซเดียมสูง คุณควรตรวจสอบส่วนผสมเหล่านี้ได้จากฉลากโภชนาการ และรวบรวมข้อมูลต่างๆแล้วจึงค่อยตัดสินใจว่าตัวเลือกตัวไหนดีที่สุดสำหรับคุณ 4. มองข้ามสีสันที่น่าสนใจบนบรรจุภัณฑ์ © shutterstock.com © shutterstock.com แน่นอนว่าสีของผลิตภัณฑ์ต่างๆมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของเรา ตัวอย่างเช่นหากเป็นสีเขียวเราอาจคิดว่ามันเป็นออร์แกนิก คุณควรพยายามที่จะไม่สนใจสีของหีบห่อผลิตภัณฑ์และให้ความสนใจกับส่วนผสมให้มากขึ้น หากคุณเห็นรายละเอียดของสารปรุงแต่งและสารกันบูดที่เพิ่มเข้ามาคุณจะพบว่ามันไม่ได้เป็นออร์แกนิกอย่างที่เราคิด 5. การเขียน“ multigrain” บนบรรจุภัณฑ์ของขนมปังยังไม่เพียงพอ © shutterstock.com © shutterstock.com ตรวจสอบให้แน่ใจว่าขนมปังของคุณเป็นโฮลวีต 100% หรือโฮลเกรน 100% หากพบว่ามีการเขียน“ ขนมปังโฮลวีต” หรือ“ มัลติเกรน” ไว้บนบรรจุภัณฑ์ควรเลือกจากส่วนผสมตัวอื่น ๆ ร่วมด้วยจะดีกว่า ธัญพืชอาจร่วงหล่นได้ง่ายและอาจทำให้มันสูญเสียเส้นใยที่ดีต่อสุขภาพ วิตามินและแร่ธาตุ...
ไม่ว่าจะเป็นการใส่ข้าวโอ๊ตลงในถังขยะ ฉีดสเปรย์น้ำหอมที่คุณชื่นชอบลงบนหลอดไฟและต้มน้ำยาปรับผ้านุ่มในหม้อ มันอาจฟังดูไร้สาระ แต่สูตรลัดเหล่านี้อาจเปลี่ยนชีวิตของคุณได้ตลอดไปโดยการช่วยแก้ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งซึ่งก็คือกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ เราชอบที่จะรวบรวมวิวิธีการดูแลบ้านของผู้คนและต้องการแบ่งปันกับผู้อ่านของเรา ดังนั้นเลื่อนลงอ่านแล้วคุณจะขอบคุณเราในภายหลัง! 1. ข้าวโอ๊ต © Peresmeh / Getty Images © baranozdemir / Getty Images หากคุณรู้สึกว่าบ้านของคุณมีกลิ่นแปลกๆสถานที่แรกที่คุณควรตรวจสอบคือตู้เย็นหรือถังขยะ ลองใส่ข้าวโอ๊ตลงในชามแล้วใส่ชามลงในตู้เย็นหรือใส่ข้าวโอ๊ตลงในถังขยะโดยตรงเพื่อดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ สูตรลัดนี้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุดเนื่องจากมันไม่มีสารเคมีใด ๆ 2. น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมและมีหลายวิธีที่จะเอามันไปใช้ในครัวเรือนนอกเหนือจากการซักผ้า ให้ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มหนึ่งถ้วยตวงแล้วเทลงในน้ำเดือด  กลิ่นจะระเหยไปกับน้ำและกระจายไปทั่วบ้านของคุณ คุณยังสามารถใช้อบเชยหรือกานพลูเพื่อให้มีกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น ที่สำหรับอย่าลืมล้างภาชนะให้สะอาดก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ด้วยละ 3. กระดาษเปียก © shutterstock.com   © shutterstock.com การติดกระดาษเปียกที่ด้านหลังของพัดลมอาจฟังดูแปลกและไม่น่าจะได้ผล แต่จริงๆแล้ว วิธีนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามันได้ผลจริงๆ ความบางและกลิ่นหอมสดชื่นจากแผ่นผ้าจะกระจายไปทั่วทั้งห้องด้วยแรงลมจากผัดลม 4.ก้อนดับกลิ่น © amazon.com เป็นเรื่องปกติที่กลิ่นอันไม่พึงประสงค์อาจมาจากตัวกำจัดขยะในอ่างล้างจาน - บางครั้งสิ่งที่หลงเหลือตกค้างอยู่และเริ่มสลายตัว และก้อนดับกลิ่นที่เพิ่มความสดชื่นสามารถช่วยได้เพียงแค่ใช้ก้อนดับกลิ่นหนึ่งเม็ดสามารถกำจัดกลิ่นเหม็นที่น่ารำคาญได้อย่างรวดเร็ว 5. ทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชู เมื่อคุณต้องการกำจัดกลิ่นที่ไม่ดีออกจากบ้านของคุณ คุณไม่ควรทำสิ่งต่างๆเพียงเพื่อปิดบังกลิ่นเหล่านั้น แต่ยังควรค้นหาแหล่งที่มาและกำจัดมัน และการใช้สารทำความสะอาดที่มีกลิ่นหอมก็คือการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว! จริงๆแล้วคุณสามารถทำความสะอาดเพื่อลดกลิ่นด้วยน้ำส้มสายชูโดยใช้ร่วมกับการใช้สมุนไพรสดและมะนาวหรือส้มก็ได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที...
การเดินบนบันไดเลื่อนอาจก่อให้เกิดสถาณการณ์หลาย ๆ อย่างได้  พวกเรามักเห็นความมีวินัยที่มีผู้คนยืนเพียงด้านเดียวและปล่อยให้คนเดินอีกด้านนึง แต่อย่างไรก็ตามจากงานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าจะดีกว่าถ้าไม่มีใครเดินขึ้นลงบนบันไดเลื่อน ซึ่งมีหลายเหตุผลที่บอกว่าทำไมเราจึงไม่ควรเดินบนบันไดเลื่อน เรามีเหตุผลอ้างอิงว่าเพราะอะไร เพิ่มจำนวนผู้โดยสารในการใช้บันไดเลือนได้อีกจำนวนหนึ่งถ้าทุกคนยืนเฉยๆ © Blackhat / Universal Pictures การทดลองที่ Holborn Station ในปี 2015 พบว่าการยืนบนบันไดเลื่อนสามารถรองรับผู้คนได้มากกว่าถึง 30% และบันไดเลื่อนที่มีความสูงกว่าจะทำให้ผู้คนไม่อยากเดินก้าวต่อไปและพื้นที่ที่เหลือก็จะกลายเป็นพื้นที่ๆไร้ประโยชน์ ซึ่งยังมีการทดลองที่ทำให้เห็นว่าหากคุณใช้พื้นที่ทั้งสองด้าน จำนวนผู้ต่อคิวลดลงไปอีกด้วย เมื่อมีคนเริ่มเดินบนบันไดเลื่อน จะทำให้คิวการรอใช้สะสมมากกว่า © The Hangover / Warner Bros. Pictures พบว่าเวลาที่ใช้ในการยืนเข้าแถวเพื่อไปยังบันไดเลื่อนลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อทุกคนยืนนิ่ง ในสถานการณ์ที่สมมติขึ้นมาว่ามีคนเดิน 40% เวลาเฉลี่ยสำหรับคนที่ยืนนิ่งๆ คือ 138 วินาทีและ 46 วินาทีสำหรับคนที่เดิน แต่เมื่อทุกคนหยุดนิ่งเวลาเฉลี่ยจะลดลงเหลือ 59 วินาที นี่อาจหมายความว่าเมื่อเราเดินไปที่บันไดเลื่อนเราจะใช้เวลาของคนที่ยืนต่อแถวในด้านที่ยืน การเคลื่อนที่บนสิ่งที่เคลื่อนที่นั้นไม่ปลอดภัย © Elf...
ไม่ว่าคุณจะซื้อรองเท้าผ้าใบหรือซื้อวิตามินไว้ทาน คุณมักจะพบถุงซิลิกาเจลขนาดเล็กติดมาในกล่องด้วย สำหรับคนส่วนใหญ่ก็เพียงแค่โยนของเหล่านี้ลงไปในถังขยะโดยไม่คิด แต่แพ็คเก็ตเหล่านี้ช่วยคุณได้ในหลาย ๆ สถานการณ์ พวกเรารู้ว่าซิลิกาเจลมีประโยชน์ แต่ก็ต้องระวังหากบ้านของคุณมีเด็กและสัตว์เลี้ยง ทีนี้เรามาดูกันว่ามันใช้ทำอะไรได้บ้าง 1.ช่วยให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคุณแห้ง © gratzieabate / reddit © ianf2k13 / reddit ถุงซิลิกาเจลจะดูดซับความชื้นดังนั้นจึงอาจมีประโยชน์เมื่อคุณต้องการ หากอุปกรณ์ของคุณเปียกอย่างเช่นโทรศัพท์มือถือ คุณสามารถวางอุปกรณ์ของคุณในถุง Ziplock ที่มีซิลิกาเจลปิดให้แน่นและอย่าแตะต้องมันอีก 72 ชั่วโมง วิธีนี้ช่วยให้อุปกรณ์ของคุณแห้งสนิทและลดความเสียหายที่เกิดจากน้ำ 2. คุณสามารถใช้มันลดหมอกที่กระจกหน้ารถ เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนจะมีหมอกขึ้นที่กระจกหน้ารถและอาจเป็นสาเหตุของสถานการณ์อันตรายบนท้องถนน หากคุณรู้สึกว่าอุปกรณ์ต่างๆในรถของคุณไม่สามารถรับมือกับปัญหานี้ได้ เพียงวางถุงซิลิกาสักสองสามชิ้นไว้ใกล้กับกระจกหน้ารถและเพลิดเพลินกับการขับขี่ของคุณ 3. ใช้ซิลิกาเจลเพื่อเก็บรักษาอาหาร © spicymamas / reddit © CosmicFitness / reddit ควรเก็บเมล็ดเครื่องเทศสมุนไพรและอาหารสัตว์เลี้ยงไว้ในที่แห้งเพื่อไม่ให้เหม็นอับ เพียงใส่ถุงซิลิก้าลงในภาชนะพร้อมกับนำถุงใส่อาหารเหล่านั้นลงไป จะป้องกันไม่ให้เชื้อราเติบโตและทำให้ผลิตภัณฑ์สดใหม่ 4. รักษาคุณภาพและความสะอาดของคุณ © Asterisktec / reddit   ©...