เค้าว่ากันว่าการไม่ป่วยเป็นพรอันดี แต่เราอยากจะบอกอีกอย่างหนึ่งว่าการไม่มีเพื่อนบอกเลยก็อาจจะเป็นโชคอย่างหนึ่งก็ว่าได้เพราถ้าคุณมีเพื่อนบ้านที่ชอบส่งเสียงดัง เช่นคอยวิ่งเข้าออกในอพาร์ตเมนต์ในตอนกลางคืน หรือเพื่อนบ้านที่มาเจาะรูกำแพงในเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งทำให้คุณต้องเครียดเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า คุณคงไม่อยากมีเพื่อนบ้านแบบนี้ ไม่ว่าเวลาไหน เพื่อนบ้านในบทความนี้จะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาอยู่ในความทรงจำของคุณ โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย
พวกเรามั่นใจได้ว่าการอยู่ติดกับเพื่อนบ้านเหล่านี้ อาจเป็นการดูหนังตลกโดยที่ึคุณไม่ต้องเปิดทีวี
ครั้งหนึ่งเพื่อนบ้าน (อายุ 52) ที่อาศัยอยู่ชั้นล่าง ลงไปนั่งคุกเข่าบนบันไดและเริ่มร้องเสียงแหลมเหมือนเสียงสัตว์และพูดว่า “เจน เมื่อวานนี้เธอเรียกฉันว่าหมูใช่ไหม แล้วฉันจะทำให้เหมือนที่เธอพูด! หรือเธอต้องการให้เพื่อนบ้านของเราสงสัยว่าฉันเป็นหมูจริงจริงหรือเปล่า” © Wizard_Severus / twitter
เมื่อเช้านี้เพื่อนบ้านของฉันส่งเอกสารปึกใหญ่ที่มีข้อความว่า ลูกชิ้นดีที่สุด ไว้ที่หน้าบ้านฉันซึ่งฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร จนกระทั้งไปพบว่าเครื่องคอมของลูกฉันเชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์ของเพื่อนบ้านผ่าน Wi-Fi โดยอัตโนมัติ และ "ลูกชิ้น" น่าจะหมายถึง เจ้าลูกชิ้นแมวตัวหนึ่งของเรา ตอนนี้ฉันคงต้องหาขนมไปขอโทษ เรื่องพิมพ์เอกสารโดยไม่ตั้งใจซะแล้วสินะ © femmocollective / twitter
©...
สำหรับเพื่อนเพื่อนที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์หรือการดูซีรีย์จากบรรดาเจ้าหนังหรืออะไรก็แล้วแต่ถ้าถามถึงเรื่องที่ชอบจนไม่อาจะลืมได้ละก็คงจะมีอยู่ในใจเป็นแน่เลยใช่ไหมละ แต่ในทางกลับกันเพื่อนเพื่อนจะเชื่อหรือไม่ว่าบางครั้งฉากหรือบางช่วงบางตอนของหนังหรือภาพยนตร์ที่เราคิดว่าดีมากมากจนต้องดูแล้วดูอีกแต่สำหรับเหล่าบรรดานักแสดงนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่เค้าอยากจะลืมมันไปก็ได้ นั้นก็เพราะอันที่จริงแล้วบางครั้งในระหว่างการทำงานนักแสดงมักจะต้องแยกตัวตนที่แท้จริงออกไป รวมถึงมุมมองของตัวเองไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ตัวเองคิดว่ามันเป็นไปได้หรือเป็นไม่ได้ และพวกเขายังต้องทำตัวให้ดูเป็นธรรมชาติในสายตาผู้ชมอยู่เสมอ เพื่อที่จะเข้าถึงบทบาทอย่างเต็มที่และมีความมั่นใจบนหน้าจอ พวกเขาอาจจะต้องทำสิ่งที่แปลกแปลก และบางอย่างก็อาจเป็นที่ไม่ชอบใจของเจ้าตัวก็ได้ บ่อยครั้งที่นักแสดงต้องอุทิศตนเพื่อให้ผู้คนสนุกกับภาพยนตร์ของพวกเขา แต่บางครั้งมันก็เป็นฝันร้ายสำหรับนักแสดงในกระบวนการถ่ายทำ
พวกเรา รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับฉากจากภาพยนตร์ยอดนิยมที่ท้าทายความสามารถของนักแสดงมากอย่างคาดไม่ถึง
1. Sharon Stone — Basic Instinct
© Basic Instinct / Canal+
เมื่อ Sharon Stone พูดถึงฉากที่โด่งดังจาก Basic Instinct เธอบอกว่ามันเปลี่ยนชีวิตของเธอ เรื่องของเรื่องคือเธอจะไม่รู้ว่า การไขว้ห้างในฉากนี้จะออกมาเป็นยังไงจนกว่าจะตัดต่อเสร็จ Stone บอกว่าผู้กำกับ Paul Verhoeven โน้มน้าวให้เธอถอดชุดก่อนเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเหนือกว่าของตัวละคร และเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชม โดยผู้กำกับยังสัญญากับเธอว่าไม่มีใครเห็นอะไรเลยในฉากนี้ แต่หลังจากรอบปฐมทัศน์นักแสดงสาวก็ตกใจและเธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร กับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว มีคนกล่าวว่าเธอโกรธถึงขนาดไปตบหน้า Verhoeven...
ตอนเราเด็กๆเราชอบอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับเทพนิยาย ทำให้เรามีจินตนาการที่กว้างไกลมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ มักจะมีเจ้าชายในฝัน หรืออัศวินขี่ม้าขาวของเธอที่ช่วยพวกเธอให้เธอพ้นจากความทุกข์ แม้กระทั่งโตแล้วความไฝ่ฝันที่จะได้พบเจ้าชายในฝันของพวกเธอก็ไม่ได้หายไปไหนเลย ว่าแต่ว่าใครจะต้องการตัวละครที่สมมติขึ้นมาในหนังสือหละ เมื่อจริงๆแล้วมีฮีโร่อยู่ในชีวิตจริงรอบตัวเรา
เราได้พบกับสาวๆ ในโลกออนไลน์เหล่านี้ที่ไม่รอเจ้าชายในเทพนิยาย แต่เธอก็มีความสุขกับชายในฝันของเธออยู่แล้ว
1. “ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแฟนของฉันพาฉันไปทำเล็บ ... แน่นอนว่าฉันรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร และในที่สุดฉันก็พบกับเหตุผลที่เขาต้องการให้ฉันไปทำเล็บ!”
© sydluvschicken / Twitter
2. “ แฟนของเพื่อนสนิทของฉันและแฟนของฉัน ไปซื้อดอกไม้ให้เธอ เพียงเพื่อแสดงให้เธอเห็นว่าเธอสมควรได้รับดอกไม้นี้จากเพื่อน เพราะเพื่อนก็สำคัญเช่นกัน”
© abii_gibson / Twitter
3. อย่าคิดว่าคำคมจะเกิดขึ้นได้ในหนังเท่านั้น
© luckyzainaa / Twitter
4. เขาบอกฉันว่า“ แวะห้างหน่อย ผมต้องการไปทำอะไรบางอย่าง” และนี้คือสิ่งที่ฉันได้มา มันคือภาพที่เราเพิ่งถ่ายกันและฉันชอบมันมาก
© jazzy__cakes / Twitter
5....
การมีครอบครัวทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง พวกเขาก็อาจเป็นคนที่ทำให้เรามีความสุขที่ดีที่สุด กับญาติของเรา เราจะเป็นตัวของตัวเอง สนุก เฮฮา ทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องอายอะไร ทำให้เรารู้สึกสบายใจ
พวกเรเข้าใจว่าบางครั้งมันอาจมีสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจเกิดขึ้น และเรารู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องพยายามหลีกเลี่ยงเหตุการณ์เหล่านี้ เพราะมันจะทำให้เรามีเรื่องขบขันมาเล่าในภายหลังเสมอ
1. “ แม่ของฉันเล่าเรื่องที่ป้าและลุงของฉันวิ่งเข้าไปร้านของดาราและกลายเป็นเพื่อนกับเขาโดยที่เธอจำชื่อเขาไม่ได้ และป้าของฉันส่งรูปนี้มาให้ฉันดู ... "
© NickTracanna / Twitter
2. “ น้องชายคนเล็กของฉันสวมหมวกกันน็อคไปสอบปิดภาคเรียน เพื่อที่เขาจะได้เอาหัวฟุบลงกับโต๊ะโดยไม่กระแทกและปลอดภัย”
© cottoncandaddy / Twitter
3. “ พ่อแม่ของฉันแอบเข้าไปในงานปาร์ตี้ที่ฉันไปนและฉันขาดสติไปแล้ว และฉันไม่คิดว่านี่เป็นวิธีที่พวกเขาจะเล่นงานฉัน”
© Adrian / Twitter
4. แม่ก็เหมือนลูกชาย
© chern_ov / Twitter
5. “ วิธีที่แม่ลงโทษฉัน”
© kellymkoch / Twitter
6....
ถ้าเราจะบอกว่าร้านอาหารที่ขึ้นชื่อว่าตั้งมานานที่สุดในโลกมีที่ชื่อว่า Sobrino de Botín ตั้งอยู่ในกรุงมาดริด ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2025 เป็นร้านอาหารสเปนในรูปแบบต้นตำรับที่ยังคงรักษาความดั้งเดิมของกรรมวิธีการปรุงอาหารมายาวนานเกือบ 300 ปี เหตุผลสำคัญที่ทำให้ร้านอาหารตั้งอยู่ได้นานก็เพราะการเอาใจใส่ลูกค้า เจ้าของร้านอาหารบางคนไม่ใส่ใจลูกค้าของพวกเขาเลย และบางร้านอาจต้องปิดไปเพราะการบริการหรือคุณภาพของอาหารไม่ดีพอ แต่เพียงแค่รู้ความลับเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ ก็อาจช่วยคุณลดความเสี่ยงในการทำร้านอาหารได้
พวกเราพบว่าเคล็ดลับเหล่านี้จากคนที่เข้าร้านอาหารเป็นประจำ และ เราพร้อมแล้วที่จะแบ่งปันเรื่องราว และ เคล็ดไม่ลับที่เป็นตัวบ่งชี้มาตราฐานของพวกเขาลองเอาไปใช่กันดูเลย
การโทรไปจองโต๊ะอาหาร บอกได้ถึงการใส่ใจในการให้บริการ
-หากคุณต้องการจองโต๊ะ เมื่อคุณโทรเข้าไปที่ร้าน ร้านอาหารที่เน้นการบริการจะรับสายทันที พวกเขาไม่ควรให้คุณต้องรอสายนานเกินไป นี่เป็นสัญญาณว่าร้านของพวกเขามีพนักงานเพียงพอและมีการแจกจ่ายหน้าที่กันอย่างชัดเจน
-เช็ครีวิวและความคิดเห็นต่างๆในโลกออนไลน์ แน่นอนว่าคุณจะได้ความคิดเห็นที่หลากหลาย: แม้แต่ร้านอาหารที่ดีที่สุดก็ทำผิดพลาดได้ แต่ถ้ามีตัวแทนจากทางร้านเข้ามาตอบกลับ หมายความว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของร้านอาหาร
พื้นที่ว่างและบริกร ช่วยคุณประเมินการบริการของพวกเขาได้
-คุณเคยสังเกตเครื่องแบบของบริกรในร้านไหม? ร้านที่ใส่ใจในความสะอาดมักจะให้พนักงานสวมผ้ากันเปื้อนยาวกว่าเข่า ด้วยความยาวนี้ จะช่วยป้องพนักงาน หากพวกเขาทำน้ำซุปร้อนๆหกใส่ตัวเอง หรือ เพื่อนร่วมงาน
-อีกปัจจัยที่สำคัญคือวิธีทำความสะอาดโต๊ะอาหาร ถ้าพวกเขาทำความสะอาดพื้นที่ภายใน 2 นาทีหลังจากลูกค้าออกไปถือเป็นสิ่งที่ดี หากไม่มีใครดูแลโต๊ะและจานและทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิมแสดงว่าพวกเขาทำงานช้า...
เค้าว่าเรื่องราวของการสร้างครอบครัวนั้นต้องประกอบไปด้วยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนที่ต่างก็ต้องยอมถ่อยสักคนละก้าวสองก้าว เพื่อที่จะเดินหน้าต่อไปพร้อมพร้อมกันและยังมีสิ่งต่าง ๆ อีกมากมายหลายอย่างที่ทำให้ครอบครัวอยู่กันได้อย่างดีและที่สำคัญนั้นก็คือการสร้างความสุขให้กันและกันนั้นเองซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องที่อาจจะฟังดูยากสำหรับใครบางคน แต่กับอีกคนหลายหลายคนก็อาจจะบอกว่ามันเป็นเรื่องง่ายมากมากเลยก็มีแล้วอะไรที่ทำให้คนที่พยายามทำสิ่งเดียวกันนั้นก็คือการสร้างครอบครัวให้มีความสุขนั้นยากง่ายแตกต่างกันไปละเพื่อนเพื่อนเคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่า ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่มีความสำเร็จหรือหลักสูตรที่ใครจะทำตามกันได้ง่ายๆหรอกแต่ที่พวกเราชาว BTW ได้พบกับตัวเองมาจากทั้งคนรอบข้างและจากการได้ฟังเรื่องเล่าของเพื่อนหลายหลายคนก็พอทำให้เราสามารถบอกได้อย่างหนึ่งว่า หากเค้าทั้งคู่รักกันมากพอที่จะคิดถึงความสุขของอีกฝ่ายหนึ่งก่อนและคิดไตร่ตรองว่าสิ่งที่จะตัดสินใจทำลงไปนั้นจะสร้างความรู้สึกอย่างไรกับคนที่คุณรักเพียงเท่านี้ก็เป็นตัวช่วยอย่างดีที่จะทำให้ครอบครัวของทั้งคู่เดินก้าวผ่านวันเวลาและสร้างความสุขไปได้ตราบเท่าที่ความคิดและความรู้สึดของทั้งคู่ยังเป็นเช่นนั้นอยู่นั้นเอง
ซึ่งเราคงต้องขอหยิบยกเอาครอบครัวของดาราดังอย่างวิลล์ และ เจด้า สมิท มาให้เพื่อนเพื่อนได้ลองอ่านกันดูสักหน่อยว่าอะไรบ้างที่ทำให้ทั้งคู่อยู่กันได้อย่างยืดยาวมาถึงยี่สิบห้าปีแล้วอะไรบ้างที่ทำให้ความรู้สึกดีดีของทั้งคู่ยังคงเป็นความรู่้สึกดีดีต่อไปอีกเราลองมาอ่านไปพร้อมๆกันเลยดีกว่านะ
สิ่งแรกที่เราอยากให่้เพื่อนเพื่อนทราบก็คือไม่มีใครไม่เคยทำผิดพลาดแต่การยอมรับในสิ่งที่พลาดแล้วแก้ไขต่างหากที่จะทำให้เราเติบโตต่อไปได้ซึ่งมันใช้ได้กับทุกเรื่องและสำหรับความรักก็เช่นกัน
© East News
อย่างเรื่องราวความรักของวิลล์และเจด้าเองก็เช่นกันเพราะก่อนที่ทั้งคู่จะได้มาลงเอยกันก่อนหน้านั้น วิลล์เองก็ได้เคยมีครอบครัวมาก่อนแล้วซึ่งนั้นอาจจะเป็นบทเรียนที่ทำให้วิลล์เองได้เรียนรู้ว่าความรักครั้งต่อมาของเค้าจะต้องดูแลอย่างไรและเจด้าก็ยื่นโอกาสนั้นมาให้ซึ่งจากวันนั้นมาถึงวันนี้ก็ยี่สิบห้าปีแล้วที่ความรักของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างมีความสุข
© East News
อย่างที่สองที่เจด้าได้บอกกับหลายคนเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้พวกเค้าอยู่กันมาได้อย่างดีนั้นก็คือเคารพในการตัดสินใจและยอมรับกับผลที่ตามมา
© East News
โดยเธอได้กล่าวในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า ในชีวิตของเราย่อมจะต้องมีเรื่องราวหรือสิ่งต่าง ๆ ผ่านเข้ามาอย่างแน่นอนและเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะเลือกแต่สิ่งที่ถูกต้องหรือสิ่งที่ทำให้คุณสมหวัง แต่ในเมื่อพวกเราได้เลือกไปแล้วหรือคุณได้ให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนตัดสินใจเลือกแล้วถึงผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไรก็ตามเราก็ต้องผ่านมันไปด้วยกันให้ได้ เพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะให้อีกฝ่ายเป็นคนรับผิดชอบเพราะเรื่องราวมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปหรอกนะ
© East News
การแบ่งหน้าที่และเคารพในหน้าที่ของแต่ละคนคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนอยู่กันได้อย่างสบายใจ
© East News
แน่นอนว่าแต่ละคนย่อมจะต้องมีสิ่งที่ตัวเองถนัดหรือสิ่งที่ตัวเองเหมาะสมในการทำเพราะไม่มีใครทำทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียวดังนั้นการแบ่งว่าใครสามารถทำอะไรหรือดูแลอะไรได้จึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้การดูแลครอบครัวไม่ได้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันคือการทำงานร่วมกันของทุกคนต่างหาก
ทั้งคู่ต่างเป็นเบื้องหลังความสำเร็จให้กันและกัน
© East News
จากบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องความสำเร็จในการทำงานที่ทำให้ทั้งคู่มีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้ ได้เคยกล่าวไว้ว่าความสำเร็จไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากอากาศและเราต่างต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ได้ เพราะในอดีตทั้งคู่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างในทุกวันนี้แต่ด้วยความพยายามที่จะพัฒนาตัวเองและทำเป้าหมายของตัวเองให้เป็นจริงนั้นก็ทำให้ทำคู่เริ่มเป็นที่รู้จักและหลังจากที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันต่างก็ค่อยสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้อีกฝ่ายได้ทำงานอย่างเต็มที่ถึงแม้ว่าจะเจออุปสรรค์แต่ทั้งคู่ก็จะค่อยประคับประคองกันไปและนี้แหละคือสิ่งสำคัญเพราะในวันที่เราเหนื่อยจากสิ่งต่าง ๆ แต่เมื่อมีคนที่เรารักยืนอยู่ข้างๆ ก็ทำให้อบอุ่นใจและมั่นใจว่าเราจะต้องผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน
เมื่อพวกเราได้อ่านเรื่องราวเหล่านี้ก็ยิ่งทำให้เรารู้มากขึ้นว่าทำไมทั้งคู่ถึงรักกันได้มากขนาดนี้ นั้นก็เพราะพวกเราต่างคิดถึงความสุขของอีกฝ่ายอยู่เสมอและเราก็คิดว่าการที่เห็นอีกฝ่ายมีความสุขก็น่าจะเป็นการสร้างความสุขที่ยิ่งกว่าแล้วสำหรับคนทั้งคู่ ช่างเป็นครอบครัวที่เราก็อยากมีแบบนี้บ้างจัง
ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก...
หลายคนชอบบอกว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ไม่ต้องไปสนใจมันก็ได้เพียงแค่ว่าเราใช้วันเวลาในแต่ละวันสร้างความสุขให้ตัวเองและสร้างรอยยิ้มให้กับคนรอบข้างมันก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาพวกเรา BTW ก็เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้เค้าว่าจะไปมัวสนใจกับตัวเลขเหล่านั้นมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เรามุ่งคิดแต่เรื่องที่จะทำให้มีความสุขหรือเรื่องสนุกสนุกมันก็ดีกว่าจริงๆนั่นแหละ
วันนี้พวกเราก็เลยลองมองภาพที่เพื่อนเพื่อนได้ส่งกันในโลกออนไลน์ ซึ่งบอกเล่าเกี่ยวกับอายุของพวกเขาหรือคนใกล้ตัวซึ่งเมื่อเราเห็นแล้วหลายคนก็ต้องทำให้เรารู้สึกงงว่ามันใช่เหรอที่เค้าจะมีอายุขนาดนั้น เอาเป็นว่าเรามาลองทายกันเล่นตอนเห็นภาพแต่ละคนกันดีกว่า ดูซิว่าจะทายถูกกันได้สักกี่คน
คนแรกเลยกับพ่อหนุ่มหล่อที่มาพร้อมกับรอยยิ้มในชุดสูทดูหน่อยสิว่าเค้าจะอยู่ในวัยไหน
© Dolouj56 / Reddit
หลายคนบอกว่าพ่อของเราเค้าเร็วมากซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่แต่ทันทีที่เห็นแล้วแม่บอกว่านี้คือคุณพ่อของเราที่ถ่ายตอนท่านอายุ 17 เราก็เข้าใจแล้วว่าท่านโตเร็วจริงๆ
คนที่สองกันเลยกับภาพรอยยิ้มสดใสแบบนี้ทายสิว่าจะอายุเท่าไหร่
© LorahTink / Reddit
เพื่อนของเราจะด้วยมุมกล้องหรือแว่นที่เธอใส่หรือเปล่านะทำให้ดูเหมือนคนทำงานทั้งที่เธอเพิ่งอายุสิบสี่ปีเท่านั้น
หลายคนบอกว่าคนตัวเล็กเด็กเสมอแล้วคุณละคิดว่าไง
© BleachedTwizzler / Reddit
พวกเราต้องบอกเลยว่ามันน่าจะถูกอย่างที่เค้าบอกกันเพราะน้องคนนี้อายุก็ยี่สิบสองปีแล้วแต่ก็ยังดูเป็นเด็กสดใสน่ารักอยู่เสมอ
คนที่สี่กันต่อเลยเธอคนนี้จะอยู่ในวัยไหนสำหรับคุณ
© PlagueLords / Reddit
มันเป็นภาพเก่าตอนที่เพื่อนของเรายังเด็กอยู่และเค้าบอกกับพวกเราว่าเพื่อนหลายคนพอได้ดูภาพนี้แล้วจะบอกว่า "ญาติคนนี้หน้าเหมือนเรามาก" แต่อันที่จริงมันคือรูปของเราตอนอายุสิบสองเท่านั้นเองนะ
พ่อหนุ่มมาดเท่ห์ลองทายสิว่าเค้าทำงานหรือยัง
© zovaass6476 / Reddit
หลายคนคงบอกว่าเริ่มทำแล้วแต่ที่เราจะบอกก็คือเค้าเพิ่งจะเรียนจบมัธยมต้นได้ไม่นานเท่านั้นเอง เพียงแค่เค้าดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุดในรุ่นและนี่คือภาพเพื่อนของเราที่ถ่ายตอนอายุสิบหก
หนุ่มน้อยหน้าใสกับรอยยิ้มหวานหวานใครอยู่ในวัยไหนนะ-
© Kablouie / Reddit
เพื่อนของเราถ่ายภาพนี้นี้ในวันที่เค้าอายุครบสามสิบแปดปีแต่คนที่ทำงานไม่มีใครเชื่อเค้าเลยและบอกว่าเค้าน่าจะต้องอายุน้อยกว่านั้น
คุณคิดว่านี้คือตอนเรียนจบมัธยมต้นหรือมัธยมปลาย หรือมันจะเป็นตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยกันแน่
© vwizzy / Reddit
อาจจะเป็นเพราะเจ้าแว่นตาหรือเปล่านะที่ทำให้เพื่อนของเราดูเหมือนผู้ใหญ่มากเกินไป จนใครหลายคนคิดว่าเค้าเรียนจบปริญญาแล้วทั้งทั้งที่ภาพถ่ายนี้คือตอนที่เค้าเพิ่งเรียนจบมัธยมต้นเท่านั้นเอง
หนุ่มใหญ่คนนี้ยังหน้าใสอยู่เลยนะลองทายสิว่าเค้าเรียนจบหรือยัง
© Sdchachaze /...
สำหรับเพื่อนเพื่อนที่ชอบดูภาพยนต์แอคชั่นที่มาพร้อมกับสาวสวยและเทคโนโลยีเหนือชั้น ก็คงจะต้องมีรายช่ือของ เจมส์บอนด์ 007 อยู่ในรายชื่อของหนังเหล่านั้นอย่างแน่นอน บอกให้เป็นเกล็ดความรู้เล็กกันสักหน่อยว่าชื่อนี้ไม่ได้มาเล่นๆ นะเพราะถ้านับรวมแล้วภายใต้ชื่อเจมส์บอนด์ 007 นี้ได้มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนต์แล้วมากถึงยี่สิบห้าเรื่องเลยนะและบทนำของภาพยนต์เรื่องนี้ก็คือเจมส์บอนด์ ภายใต้รหัสลับ 007 ก็เปลี่ยนนักแสดงนำมาแล้วถึงหกคนซึ่งเพื่อนเพื่อนที่ติดตามในยุคหลังๆนั้นก็คงน่าจะยังพอจดจำได้ว่าคนล่าสุดคือ แดเนียล เคร็ก แต่เพื่อนเพื่อนยังพอจะจดจำนักแสดงอีกท่านหนึ่งที่ได้รับบทนำนี้ได้หรือไม่ และพระเอกหนุ่มที่เคยรับบทนำก่อนหน้าแดเนียล เคร็กก็คือ เพียร์ซ บรอสแนน นั้นเองโดยตัวเพียร์ชนั้นเริ่มแสดงนำบทนี้ตั้งแต่ปี1995 จนไปถึงปี 2002 ด้วยเวลายาวถึงเจ็ดีเลยที่เดียว
ถึงแม้ตอนนี้จะหายหน้าหายตาไปสักระยะแต่เราก็ยังคงพบบทบาทการแสดงของพระเอกหนุ่มท่านนี้อยู่เรื่อย และวันนี้พวกเรา BTW ก็อยากจะเอาเรื่องราวดีดีของพ่อหนุ่ม เพียร์ซ บรอสแนน กับคู่ขวัญตัวจริงเสียงจริงของเค้ามาบอกเล่าให้เพื่อนเพื่อนได้ฟังกัน เพราะเรื่องราวของทั้งคู่นั้นก็มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่มากและทั้งคู่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคู่รักดาราที่ครองคู่แต่งงานกันมานานเกือบ 26 ปีแล้ว แต่ความรักระหว่าง เพียร์ซ บรอสแนนและคีลี่ สมิธ ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ถึงแม้ว่าเพียร์ซ บรอสแนนจะเคยแต่งงานมากก่อนแต่สำเค้าก็ต้องสูญเสียความรักครั้งนั้นไปด้วยการจากลาของภรรยาจากการป่วยของเธอ
© Polaris
ซึ่งความรักครั้งแรกของเค้าก็หวานแหววไม่แพ้ใครเลยก็ว่าได้เพราะก่อนที่เธอจะจากไปนั้นทั้งคู่ก็มีช่วงเวลาแห่งความรักและความสุขอยู่ด้วยกันถึงสิบเอ็ดปีเลย...
ผลงานการสร้างสรรค์ภาพวาดของเหล่าศิลปินที่ได้สร้างผลงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ ออกมาให้พวกเราได้ชื่นชมในจินตนาการเหล่านั้น แต่สำหรับการสักแล้วต้องบอกว่ามันช่างมีจินตนาการของทั้งศิลปินผู้สักลายเหล่านั้นรวมเข้ากับความคิดและความต้องการของเจ้าของรอยสักอีกด้วย เพราะอย่างที่พวกเราเห็นส่วนใหญ่นั้นก็คือรอยสักมักเป็นส่วนหนึ่งที่มาจากเรื่องราวหรือความทรงจำดีดีของเจ้าของรอยสักซึ่งมันจะออกมาสวยงามหรือแปลกตาขนาดไหนก็ต้องรวมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินช่างสักเช่นเดียวกัน
วันนี้พวกเรา BTW ก็เลยได้นำเอาภาพรอยสักต่าง ๆ ที่ถูกสร้างสรรค์ออกมาจากเรื่องราวถ่ายทอดไปยังเจ้าของรอยสักเพื่อเป็นบันทึกความทรงจำอันดีเหล่านั้นเก็บเอาไว้คู่เจ้าของสืบต่อไป
รอยสักน่ารักน่ารักแบบนี้ก็คงไม่ต้องบอกนะว่าเจ้าของต้องเป็นคนรักแมวอย่างแน่นอนก็ขนาดรอยสักที่เลือกก็ยังเป็นกิจวัตรที่แมวขอเข้ามาในห้องเลย
© push3000 / Reddit
หลายครั้งที่พวกเราได้ยินเสียงจากคนที่เรารัก แต่ตอนนี้เค้าคนนี้ได้ทำให้เราเห็นเสียงนั้นชัดเจนขึ้นแล้วด้วยการแปลงภาพคลื่นเสียงออกมาเป็นภาพแบบนี้ซึ่งมันมาจากคำว่า "ฉันรักคุณนะป๊ะป๋า" ที่ออกเสียงโดยลูกสาวของเค้าเอง
© JustAnOkUsername/ Reddit
ถ้ากล่าวถึงคนที่บุคคลที่แข็งแกร่งใครหลายหลายคนอาจจะคิดไปถึงเหล่าคนดังทั้งหลายแต่สำหรับเรา คุณยายคือคนคนนั้นคนที่แข็งแกร่งและยิ้มให้กับทุกปัญหาที่เข้ามาเสมอเราเลยเลือกที่จะมีรอยสักเป็นภาพของคุณยายที่รักของเรานั้นเอง
© mayoliver / Reddit
เพราะพวกเราชอบในสิ่งที่แตกต่างกันแต่ก็ยังมีส่วนที่ชอบเหมือนเหมือนกัน พวกเราก็เลยเลือกที่จะสักภาพที่ตัวเองชอบในตำแหน่งเดียวกันเพื่อเป็นการระลึกถึงพี่น้องคนอื่นๆ เวลาที่ได้เห็นมัน
© basroomsoes / Reddit
แม่ของเราเป็นแฟนโปเกมอนตัวยงคนหนึ่งเลย และทันทีที่เราชวนไปสักแม่ก็ไม่รอช้าที่จะเลือกภาพที่เธอชอบที่สุดนั้นก็คือภาพนี้ "เราเลือกนาย"
© axoltunes / Reddit
เราเพิ่งพบกับในร้านอาหารไม่นานแต่แปลกตรงที่ว่าเราทั้งคู่กลับสนิมสนมกันมากมาก และตอนนี้เราก็เลือกที่จะสักภาพใบหน้าของเพื่อนใหม่เพื่อนเป็นการยืนยันในมิตรภาพของเราทั้งสองคนนั้นเอง
© lancaster27 / Reddit
รอยสักเล็กๆแต่มีความหมายอันนี้คือภาพของรอยเท้าเจ้าหมาน้อยที่เราเลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็กและตอนนี้มันก็ได้จากเราไปแล้ว
© SelfPro / Reddit
เราสองพี่น้องค่อยดูแลกันและกันในทุกๆเรื่องเสมอและนี้คือความทรงจำเล็กๆที่พี่ของเราแสดงออกนั้นก็คือภาพพี่น้องซึ่งจับมือกันแน่น บอกถึงสายสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ที่จะคงอยู่ตลอดไป
© Sir_Ibex...
ก่อนหน้านี้พวกเราต่างหาวิธีการต่างๆ มากมายในการทำให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยการใช้ตัวหนังสือหรือภาพวาด ต่อมาความก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาขึ้นและทำให้สิ่งต่างๆยกระดับความสามารถขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงตอนนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ อีกทั้งยังสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆออกมาจากความฝันหรือความคิดของพวกเราได้โดยง่าย ซึ่งเมื่อพวกเราสามารถถ่ายทอดความคิดและสิ่งที่อยากจะบอกออกมาเป็นภาพเพื่อให้คนอื่นๆได้รับรู้ได้แบบนี้ก็ทำให้พวกเราเข้าถึงโลกแห่งจินตนาการของเหล่าผู้มีความคิดสร้างสรรค์เหล่านั้นนั้นเอง ใช่แล้วเรากำลังพูดถึงเรื่องจินตนาการที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนต์ต่าง ๆ ที่ได้ชื่นชมกันนั้นเอง
ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้ชมเรื่องราวเหล่านั้นกันมาบ้างแล้วแต่เพื่อนเพื่อนทราบไหมว่าเบื้องหลังของการสร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้ให้ออกมาเป็นเรื่องราวความยาวหนึ่งถึงสองชั่วโมงนั้นมันมีสิ่งต่าง ๆ มากมายเลยที่ต้องทำเพื่อและวันนี้พวกเรา BTW ก็ลองเอาเบื้องหลังเล็กๆน้อยๆมาให้เพื่อนเพื่อนได้ชมกัน
เราขอบอกถึงสิ่งแรกเลยที่มักจะต้องใช้งานในภาพยนต์แทบจะทุกเรื่องเลยก็ว่าได้นั้นก็คือเรื่องของการใช้ CG หรือที่หลายหลายคนคิดว่าย่อมาจาก Computer Graphics แต่อันที่จริงแล้วมันย่อมาจากคำว่า Computer generated ซึ่งหมายถึงสิ่งต่าง ๆที่สร้างผ่านคอมพิวเตอร์นั้นเองอย่างภาพของตัวเอกของเรื่อง Alita: Battle Angel ที่เป็นหุ่นยนต์สาวน้อยแสนสดใสนั้นก็ถูกสร้างจากภาพตัวละครคอมพิวเตอร์สามมิติซ้อนเข้าไปในฉากที่ถ่ายทำสิ่งที่เพื่อนเพื่อนเห็นว่าเหล่านักแสดงต้องสวมชุดพิเศษและมีการทำจุดสีตามส่วนต่าง ๆ เพื่อที่จะเอาตำแหน่งของการขยับเหล่านั้นไปใช้ในการประมวลผลภาพสามมิติให้ออกมามีอารมณ์และความรู้สึกเหมือนกับคนจริง ๆ นั้นเอง ซึ่งเรียกกันว่า Facial motion capture นี้แหละคืออีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้จินตนาการเคลื่อนไหวได้เหมือนมีชีวิตเลยก็ว่าได้
© 20th Century Studios
นอกจากการสร้างสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงให้เกิดขึ้นแล้ว ความสามารถของ CG...